ทริปติดเกาะ(ญี่ปุ่น)เมื่อตอนปลายปีติดเอาไว้ยังไม่ได้อัพเลย

จริงๆ อัพภาพรวมๆ ไปแล้วใน http://jibchacafe.wordpress.com/2014/01/08/japan2013-1/ ช่วงระหว่างที่ Exteen ล่ม

ที่ไม่อัพต่อเพราะเลือกไม่ได้ว่าจะโพสต์ที่ไหนก่อน (ข้ออ้าง)
แต่ตอนนี้เลือกได้แล้ว เอา Fushimi Inari Jinja เนี่ยแหละ กำลังอินเทรนด์เลย

resized-start 

พอดี๊ พอดี ซีซันนี้มีเรื่อง Inari, Kon Kon, Koi Iroha ฉาย... ดูไปแล้วก็ปิ๊งไป เอ๊ะ ตรงนี้ไงที่เดินหลง อ๊ะ ตรงนั้นไงที่ถ่ายรูปมา ใช่แล้ว เมื่อปลายปีเราได้ไปศาลเจ้า ฟุชิมิ อินาริ ที่เกียวโตมาด้วย!! แถมด้วยความบ้าพลังของผู้ร่วมทริป เดินวนมันรอบเขาเลย ฉากที่โผล่ๆ มาในอนิเมเลยปิ๊งๆๆ มีคุ้นๆ เยอะจัง พอกลับมาไล่ดูรูปใหม่พบว่าใช่จริงๆ ด้วย ไหนๆ ก็ไหนๆ คงไม่ได้อัพครบทุกสถานที่ในทริปหรอก แต่ขอเอาฟุชิมิ อินาริ มาลัดคิวอัพก่อนอนิเมจะจบ

น่าแค้นใจที่ว่า ตอนเราไปแทบจะหลงทางบนภูเขาเพราะแผนที่มันไม่ค่อยดี แถมยังไม่มีคำอธิบายอะไรสักเท่าไหร่ ได้แต่เดินไปเรื่อยๆ (จริงๆ แค่นี้ก็หอบแล้ว) แต่พออนิเมฉายปุ๊บ ดันมี Official Application ตัวนี้ออกมา http://inarikonkon.jp/news/app ซะได้ น่าเสียดาย เพราะคำอธิบายกับแผนที่เข้าใจง่ายมาก อย่างน้อยก็ง่ายกว่าที่เราเจอมา

เป็นสถานที่ท่องเที่ยวค่อนข้างดัง พบเห็นภาพถ่ายอยู่บ่อยๆ แต่น่าแปลก พอไปจริงๆ กลับไม่มีนักท่องเที่ยวสักเท่าไหร่ ยิ่งเดินขึ้นไปบนเขายิ่งมีน้อย มีแต่คุณลุงคุณป้าเดินเล่นกัน O___O’ พบคุณตาคุณยายอายุน่าจะทะลุ 70 ทั้งคู่ เดินกันคล่องปรื๋อขึ้นลงบันไดไปตามภูเขา พร้อมด้วยกล้องคอมแพ็คต่อขาสำหรับถ่ายรูปตัวเอง!!! อะเมซซิ่งแบบคัลเจอร์ ช็อกเล็กๆ น้อยๆ คนแก่เขาแข็งแรงมากจริงๆ ขนาดเราขึ้นยังเหนื่อยเลย

เป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวที่จะว่าไปยากไหมก็ไม่ยาก แค่ไกลจนจัดรวมทริปกับวัดดังในเกียวโตอย่าง คินคะคุจิกับคิโยมิสุไม่ค่อยได้สักเท่าไหร่ และนี่อาจเป็นเหตุผลให้ทัวร์ไปลงไม่เยอะนัก และคงความเงียบสงบไว้ได้ แต่จริงๆ แล้วหากไปเที่ยวเอง เดินวนครบรอบ รวมเวลาเดินทางจากตัวเมืองเกียวโตแล้วใช้เวลาเพียงครึ่งวัน สามารถไปเที่ยวที่อื่นอย่างอุจิ นารา หรือจะกลับไปในเมือง เดินเล่นคิโยมิสุ-กิอง ก็ยังได้

 

สถานี Fushimi Inari มี 2 แห่ง
ไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับญี่ปุ่น และไม่ใช่ 2 ทางออก แต่เป็น 2 สถานีเลย
ที่มี 2 สถานีก็เพราะว่าเป็นรถไฟคนละสาย หรือคนละยี่ห้อนั่นเอง
ดูจากรูปด้านล่าง
ซ้ายบนเป็นรถไฟเคฮัง (วิ่งแถวคันไซ) สถานี Fushimi Inari
ส่วนด้านล่างเป็น JR Nara Line สถานี Inari
เลือกใช้บริการได้ตามความสะดวก จะเลือกจากใกล้ที่พัก-ที่เที่ยว หรือใครเปิดบัตร JR Pass ก็ใช้ JR ไปได้
inari-map

เมื่อออกจากสถานีจะเป็นทางเดินเข้า เห็นโทริอิอันใหญ่แต่ไกล เดินเข้าไปเลย! GO GO!

เข้าไปถึงจะมีด้านหน้าสำหรับสักการะ บูชา ซื้อของฝาก ห้อยเอมะ(ป้ายอธิษฐาน) ของที่นี่เป็นรูปโทริอิกับหน้าจิ้งจอก แต่หน้าจิ้งจอกไม่ได้ถ่ายรูปมา

resized-DSC_2262resized-

ข้างหน้าว่ากันตามตรง ด้านหน้าไม่ได้สวยโดดเด่นสักเท่าไหร่หากเทียบกับวัดและศาลเจ้าเก่าแก่ในเกียวโตทั้งหลาย....แต่จุดที่เราจะเดินและถ่ายรูปกันอยู่ด้านหลังต่างหาก

จากจุดที่เขากราบไหว้เทพเจ้าและโยนเหรียญขอพร ลองมองหาป้าย ถ้าไม่มีไม่ต้องสนใจ เดินอ้อมไปด้านหลังจะเจอทางขึ้น จริงๆ มันขึ้นได้หลายทาง แต่มีทางหลักอยู่ มองปุ๊บ รู้ปั๊บ มีอินาริซามะเฝ้าอยู่ที่ซุ้มประตู

inari-front

ทางเดินด้านใน โดยส่วนใหญ่ เป็นบันได (((((( ;゚Д゚))))) มีโทริอิคร่อมทางเดิน
ปกติมีวิธีเดินชมที่นิยมอยู่ 3 แบบ จำนวนนักท่องเที่ยวน้อยลงตามลำดับ...
1. เดินเข้าไปถึงทางที่โทริอิแยกเป็น 2 ฝั่ง เลือกขึ้นฝั่งหนึ่ง เดินไปจนสุดทางแล้ววกกลับลงมาอีกทางนึง ถ่ายรูปเล่น เป็นอันจบ
2. ไปถึง “จุดถอดใจ” ได้ยินมาว่าเป็นช่วงพัก ที่จะไปอ้อมวงกว้างสุด คนไปถึงตรงนี้เห็นแผนที่แล้วถอดใจกลับกันเยอะ รู้สึกจะแถวๆ บ่อน้ำใหญ่... แต่เราตั้งใจไว้ว่าจะไปให้ครบเลยไม่ได้สนใจจุดนี้เลย
3. วนจนครบ!!!

เราเลือกข้อ 3 ค่ะ มาทั้งทีต้องวนให้ครบรอบ! เหนื่อยมากกกกกกกกกแต่ยังดีกว่าวัดถ้ำเสือที่กระบี่ ขึ้นบันไดว่าเหนื่อยแล้ว เราว่าทางลง แล้วต้องระวังไม่ให้สะดุดล้มเหนื่อยพอๆ กับเดินขึ้น (เราชอบเดินขึ้นมากกว่า มันแค่เมื่อย แต่เดินลงมากๆ แล้วปวดเข่า)

เราเดินเล่นชิวๆ ไม่ได้เร่ง และถ่ายรูปกันตลอดทาง แวะกินข้าวกลางวันก่อนออก รวมเวลาแล้วประมาณครึ่งวันกว่าๆ สามารถเที่ยวที่อื่นต่อได้