มาหัวข้อแปลกๆ ไม่ใช่อะไรหรอก ปิดเทอมก็ถึงคราวคุ้ยนิยายที่ซื้อมาดองไว้มาอ่าน

 

Bridget Jones's Diary... ภาคแรก (เชยสุดๆ แบบว่าเพิ่งจะได้อ่าน)

เรื่องราวเกี่ยวกับสาวสมัยใหม่ ไร้คู่ชาวอังกฤษ ที่(ค่อนข้างจะ)หมกมุ่นกับเรื่องผู้ชายอยู่สักหน่อย 
มีปัญหาในชีวิตหลายอย่างมีเพื่อนเป็นชาวสาวโสด ที่มีเรื่องขัดเคืองกับผู้ชายอยู่บ่อยๆ

บริดเจ็ท เป็นคนที่คนในครอบครัวทุกคนลุ้นให้แต่งงาน ทำแม้กระทั่งพยายามจะจับคู่ให้ แน่นอน เธอเองก็ต้องการจนเมื่อเธอมีแฟน มีปัญหากัน กลับมาคืนดีกัน และในที่สุดก็เลิกรากัน แล้วเรื่องในภาคแรกก็ลงเอยที่เธอมีแฟนใหม่

เป็นการสื่อสารกับผู้อ่าน โดยผ่านไดอารี่ของ Bridget Jones โดยเธอจะบันทึุกเหตุการณ์ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็น
บุหรี่(ที่เธอพยายามจะอด)ที่สูบต่อวัน จำนวนแคลอรี่ จำนวนแอลกอฮอลล์ จำนวนลอตเตอรี่ที่ซื้อ 
ไปจนถึงเวลาที่ใช้คิดฟุ้งซ่าน


.

.

.

พอเราอ่านไปเรื่อยๆ จนจบ เราก็รู้สึกแนวเรื่องนี้มันชวนให้คุ้นๆอย่างบอกไม่ถูก จนกระทั่งนึกถึงการ์ตูน 
และดราม่าเรื่องนึง

 

Hotaru no Hikari

โฮตารุ เป็นสาวออฟฟิศสมัยใหม่ ชอบอยู่บ้าน กลิ้งอ่านการ์ตูน ดื่มเบียร์ กินขนมคนเดียว และถูกเรียกว่า 
"สาวปลาแห้ง" จนถึงวันหนึ่งที่เธอก็เกิดอยากมีความรักแบบคนธรรมดาบ้าง  และผู้ชายคนนั้นก็ชอบเธอเสียด้วย จนในที่สุดก็ได้อยู่ด้วยกัน แต่ก็มีปัญหาเกิดขึ้น

โดยที่โฮตารุอาศัยอยู่ในบ้านหลังหนึ่งกับหัวหน้าสองต่อสองด้วยเหตุบางอย่าง แต่ทั้งสองก็ไม่ได้มี
ความสัมพันธ์แนวชู้สาว และหัวหน้าคนนี้ ก็เป็นผู้ที่คอยให้คำแนะนำ ให้กำลังใจ และคอยเอาใจช่วย
โฮตารุในการพิชิตใจชายคนนั้นให้ได้

.

.

.

จริงๆแล้วสไตล์ของมันไม่ได้ใกล้เคียงกันมากหรอก แต่ที่เราคิดถึงเพราะว่า ทั้งสองเรื่องเป็นการพูดถึง
"สาวโสดวัยเกือบเลข 3" แต่วิถีชีวิต แนวคิด และหลายๆอย่างกลับต่างกันอย่างสิ้นเ้ชิง 
(ถึงแม้บางอย่างจะเหมือนกันอย่างไม่น่าเชื่อก็เถอะ)

ทั้งบริดเจ็ทและโฮตารุเป็นสาวทำงานสมัยใหม่ เป็นโสด ห่วงสวย ห่วงอ้วน อ่านหนังสือ Self Help มาช่วยพัฒนาตัวเอง และที่สำคัญอยากมีแฟน แต่เธอทั้งสองกลับมีแนวคิดต่างกันสุดขั้ว

พออ่านแล้วเราก็รู้สึกถึงวัฒนธรรมที่แตกต่างของยุโรปและเอเชีย ที่ส่งผลต่อแนวคิดทั้งส่วนตัว ครอบครัว 
ไปจนถึงสังคม

บริดเจ็ทมองเรื่อง sex เป็นเรื่องปกติ และแม้จะเป็นห่วงเรื่องการมีชู้ของแฟนตัวเอง แต่คนรอบตัวเธอ ตั้งแต่พ่อ แม่ ยันเพื่อนกลับประสบปัญหานี้กันทุกคน.... คงจะเพราะคนเขียนต้องการ "กัด" สภาพสังคมตอนนี้นั่นล่ะ เธอเคยเป็นแฟนกับเจ้านายในบริษัท ดูเหมือนจะเป็นความลับ แต่เอาเข้าจริงกลับเป็นเรื่องที่รู้กันทั่วและดูเป็นเรื่องปกติ

ส่วนโฮตารุ เธอเป็นสาวสมัยใหม่ก็จริง แต่กลับเป็นกังวลอย่างมากกับเรื่องความรักอย่างมาก เธอพยายามเปลี่ยนตัวเองเพื่อให้มาโคโตะ "ชอบ" เธอ (ถึงแม้มันจะไม่ค่อยสำเร็จก็เถอะ)
ซึ่งเรื่องราวจะเน้นไปทางด้านอารมณ์ความรู้สึกมากกว่า sex และแม้เธอจะไม่มีความสัมพันธ์ใดเลยกับหัวหน้า แต่ในบริษัท การที่เขาทั้งสองอยู่ร่วมบ้านกันเป็นความลับที่ไม่มีใครรู้ ทั้งสองเป็นเพียง "หัวหน้า" กับ "ลูกน้อง" เท่านั้น

.

.

.

สรุปว่า........ ไม่ว่าโลกจะดูเข้าถึงกันขนาดไหน ไม่ว่าจะพูดว่ารับวัฒนธรรมต่างชาติมายังไง
ความแตกต่างหลายๆประเด็นก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงสินะ

ถ้าลองเขียนเรื่องแบบนี้ของคนไทย ก็คงมีความแตกต่างจากสองเรื่องนี้อย่างแน่นอน
แต่ก็อีกล่ะ มันอาจจะไม่ใช่ภาพรวมของสังคม แต่เป็นเรื่องส่วนบุคคลก็เป็นได้เหมือนกัน

เอาเป็นว่า อ่านนิยาย อ่านการ์ตูน นอกจากให้ความสนุกสนานก็เก็บมาคิดกันเล่นต่อยอดไปแล้วกัน ^^
เราเป็นพวกอ่านอะไร ดูอะไร ก็เก็บมาคิด (จนฟุ้งซ่าน..... บ้าไปเลยก็มี) อะไรบางอย่าง พอลองเก็บมาคิดต่อแล้วมันก็สนุกดีไปอีกแบบล่ะนะ

สำหรับคนที่สนใจจะอ่านสองเรื่องนี้นะคะ สำหรับ Bridget Jones คงจะเรท 18+ ล่ะมั๊ง ส่วน Hotaru น่าจะ 13+
Bridget Jones มีสองภาค ของสนพ. IMAGE (ฉบับที่เรามีไม่รู้ว่าลิขสิทธิ์เปลี่ยนรึยัง) และมีสร้างเป็นภาพยนต์ทั้งสองภาคคือ Bridget Jones's Diary และ Bridget Jones:The Edge of Reason (ถ้าจำไม่ผิดภาคสองมาถ่ายที่เมืองไทยด้วยนะ) ส่วน Hotaru เป็นของ บงกชคอมิค ปัจจุบันยังออกไม่จบ.... แต่รู้สึกญี่ปุ่นจะจบแล้ว และมีสร้างเป็นดราม่าจบแล้วด้วยเช่นกัน

เรื่องบางเรื่องที่คนบางคนดูไร้สาระ บางทีมันก็มีสาระได้ถ้าคุณเก็บมันเอาไปคิด เก็บเอาไปใช้ ไม่ใช่ดีแต่มองว่ามันไม่ดี เหมือนผู้ใหญ่หลายๆคนที่ยังไม่ทันได้สัมผัส ก็คิดทึกทักไปเองว่าอะไรดี อะไรไม่ดี

.

.

.

ปล. บล็อกนี้สาระแน่น แต่คำพูดวกวน ใครหลงอ่านจนจบก็ขอบคุณมากค่า

Comment

Comment:

Tweet

บริทเจทนี่อ่านตั้งนานแล้ว จนลืมไปหมดละ sad smile
ตอนอ่านนี่รู้สึกว่า คนอะไรเนี่ยคิดมากได้ขนาดนี้ =[]=!?

ส่วนโฮตารุไม่ได้อ่านแต่ดูละคร รู้สึกว่าทั้งบริดเจทและโฮตารุโชคดีมากๆที่เจอผู้ชายประเสริฐๆได้ในช่วงชีวิตหนึ่ง

จะว่าไปสองคนนี้ก็ต่างกันมากจริงๆล่ะ
ชอบแบบโฮตารุมากกว่าแฮะ

#1 By ::Materia Hunter:: on 2008-03-19 19:39