ช่วงที่เราติววาดรูปเนี่ย จะมีติวอยู่หลายๆอย่าง

พูดรวมๆก็คือ..... จะเป็น ดรออิ้ง กับสีโปสเตอร์

ส่วนงานสีโปสเตอร์ จะมีวาดทั้งงานภาพ กราฟฟิก งาน ads หรือโฆษณา

งานแอดจะต่างจากภาพทั่วไปตรงที่.... ไม่ใช่ความสวยงามเท่านั้น แต่เน้นไอเดียเป็นสำคัญด้วย นอกจากนี้ยังต้องคิด copy หรือ "คำพูด" ที่จะใช้ในการโฆษณาใส่ลงไปในงานเพื่อใช้สื่อสารกับผู้ดู

อย่างงานของเรา เนื่องจากวาดไม่ค่อยเ่ก่ง บางครั้งวาดอย่างที่อยากวาดไม่ได้ ก็ต้องเปลี่ยนเป็นวาดอะไรง่ายๆที่สามารถวาดได้ ภายในเวลาที่กำหนด เพราะตอนสอบ จะต้องทำเสร็จทั้งหมดภายใน 3 ชั่วโมง....... ถ้าไปฝืนวาดอะไรยากๆ กว่าจะวาด กว่าจะลงสี ถ้าทำไม่ทันทั้งหมดที่เราทำไปก็ไม่มีประโยชน์

งานแอดที่ติว จะวาดสื่อหลายๆอย่าง ทั้งโฆษณาในหนังสือ บิลบอร์ด โปสเตอร์ ป้ายร้าน ไตรวิชชั่น(ที่เป็นป้ายไฟฟ้าหมุนเปลี่ยนด้านได้) แต่ส่วนใหญ่จะสแกนไม่่ค่อยได้ เพราะภาพใหญ่เกินเครื่องสแกน A4 ที่บ้าน T^T

นอกจากงานโฆษณา ก็จะมีพวก ออกแบบฟอนท์ โลโก้ ปกหนังสือ ปกนิตยสาร บลาๆ พวกนี้จะเน้นความสวยงามมากกว่าไอเดีย (คิดดูเล่นๆ คุณจะซื้อหนังสือสักเล่ม ปกไม่ต้องประหลาด แต่ภาพสวยก็ชวนให้คนมองและหยิบขึ้นไปดูแล้ว)....... เราไม่ค่อยจะถนัด เพราะวาดรูปไม่เก่ง ออกมาแล้วเละประจำเลย

พูดมายาว เริ่มแปะงานเลยดีกว่า..... คัดๆมาเฉพาะอันที่ "พอจะดูได้" แล้วก็สแกนได้

.

อันนี้เป็น Trivision รณรงค์ปัญหาเด็กไร้โอกาสทางสังคม

 
 
 

งานนี้เป็นโจทย์ Trivision ครั้งแรกที่เคยทำเลย.... ไม่ค่อยเข้าใจเหมือนกัน แต่ตอนนั้นคิดว่า 3 ภาพมันควรจะไปด้วยกันได้ เลยพยายามวาดลายเส้นคล้ายๆกัน แบคกราวน์ก็ลงกราฟฟิกคล้ายๆกัน

พอเห็นโจทย์เป็นรณรงค์ เลยพยายามทำให้ดูบรรยากาศอึมครึม เผื่อจะช่วยให้คนดููรู้สึกสลดกับภาพที่เห็นมากขึ้น ก็ไม่รู้เหมือนกันผลออกมาเป็นยังไง ภาพก้ไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ แต่ส่วนตัวชอบงานนี้นะ ปกติไม่ค่อยได้วาดภาพสีทึมๆแบบนี้เท่าไหร่

จริงๆภาพมันค่อนข้างเล็ก...... เลยเอาเมจิกเีขียนcopyไปซะดื้อๆ ไม่มีปัญญาเขียนด้วยพู่กัน (ขนาดเมจิก ลายมือยังห่วยขนาดนั้น) 

.

.

อันนี้ก็เป็น Trivision เหมือนกัน แต่โจทย์สนุกขึ้น
โจทย์ที่ได้มาคือ โฆษณาผลิตภัณฑ์ดูแลผิว อะไรก็ได้
รู้สึกจะวาดช่วงหน้าร้อน (จำไม่ได้แล้ว.....) เลยวาดอะไรสนุกๆไป 

ลองดูภาพแล้วทายเล่นๆว่ามันคืออะไรแล้วกัน.... (ทายง่ายจริงๆนะ)



 

งานนี้สนุกมาก...

จู่ๆมันก็วูบมาเอง ลงสีมันมาก ไม่มีเหตุผลเลย เอาซะลายพร้อย.... ห่วงยางสีชมพูลายหัวใจ กางเกงสีส้มลายจุด คือคิดว่า ไหนๆจะเอามันแล้ว ก็เอาให้มันที่สุดไปเลยแล้วกัน

อยากจะใช้สีเยอะๆ ให้ดูสดใส สนุกสนาน
แล้วก็อยากจะให้ดูออกว่าริมทะเล..... เลยยัดต้นมะพร้าวลงไปในพื้นที่ว่างๆ

ตอนลงสีแอบคิดอยู่ในใจ.... ตายละ เขียว ฟ้า เหลือง ชมพู ไม่ตัดกันตายเหรอเนี่ย

บางคนอาจจะแก้ปัญหาเรื่องสีวิธีอื่น แต่ของเรา วิธีแก้ปัญหาสีง่ายๆก็คือ "แทรกสี" ลงไปในสีอื่น
สังเกตดูได้ อย่างรูปนี หัวของผุ้ชายคนนี้ก็เอาสีเหลืองแทรกลงไปที่ผมเป็นเงาๆ ต้นไม้เขียวๆด้านหลัง เราก็ผสมน้ำตาลลงในเขียวนิดหน่อย เพื่อให้สีกลืนกัน แต่คนมองจะไม่ค่อยรู้สึกอะไร (มองแบบนี้ไม่รู้สีก แต่ถ้าลองมองภาพที่เป็นเขียวล้วนๆไม่ผสมน้ำตาล รู้สึกแน่ๆว่าสีมันจะโดดออกมา)  ลำต้นก็ไม่ให้น้ำตาลเข้ม แต่ผสมเหลืองเยอะๆ สีฟ้าข้างล่างก็เป็นฟ้าออกเขียว ห่วงยางสีชมพู ถึงจะอยากให้ดูเด่นๆอยู่แล้ว แต่ก็เป็นชมพูผสมส้มนิดๆไม่ให้เด่นเกินไป

เช่นเดียวกัน งานรณรงค์ข้างบน ก็ใช้วิธีผสมสีเข้าด้วยกัน ได้ผลสองอย่างเลยคือได้สีทึมๆหม่นๆ แล้วก็ได้ภาพที่ไม่่มีอะไรโดดออกา ภาพแรกสีแดงเป็นส่วนใหญ่ สีเขียวตรงขนมห่อใบตอง ก็ใช้สีแดงผสมกับเขียวให้ออกเขียวหม่น ดูแล้วไม่โดด ภาพสอง สีน้ำตาลก็ผสมเขียว ใส่เงาสะท้อนเขียวเข้าไปซะหน่อย เสื้อผู้ชายน้ำเงินก็ผสมเขียวนิดหน่อย ภาพสุดท้ายอยากให้สีฟ้าทึมๆ ก็เลยผสมดำเข้าไปให้ออกเทานิดๆ และเนื่องจากมันคนละโทนกับสองภาพบน เลยใช้สีน้ำเงินตัดเส้นแทนสีน้ำตาล จะได้ดูกลืนกับภาพด้วย

.

.

งานนี้ โจทย์เป็น โปสเตอร์ครบรอบ 20 ปีบริษัทส่งออกไม้

 

งานนี้.... พี่ติวเราบอกว่า ไม่อยากให้ดูสนุกเกินไป เพราะเป็นบริษัทที่มีความน่าเชื่อถือสูง แต่ก็อยากให้น่าสนใจด้วย

โจทย์นี้สำหรับเรายากมาก.... T T

มันเหมือนจะง่ายนะ..... แต่หัวมันว่างเปล่าเลย ไม่รู้จะวาดอะไรดี ออกมาก็เลยเป็น "อะไรก็ไม่รู้" อย่างที่เห็น
ต่างจากงานอื่นๆ.... อันนี้คนดูไม่รู้ด้วยซ้ำว่าดูอะไรอยุ่

เฟลมาก.... คิดก็นาน วาดก็ไม่ดี ลงสีก็ยาก ผสมสีก็ยาก.... เพราะพยายามไม่ให้สีสดเกิน ให้ออกมาดูเก่าแก+อารมณ์ไ้ม้ๆ

ก็....... เป็นตัวอย่างที่ไม่ดี เอามาให้ดูกัน งานแอดที่สำคัญคือการสื่อสาร... ภาพนี้สื่อสารกับคนดูไม่ได้ถือว่าเป็นงานที่ไม่ค่อยดี

.

.

โจทย์ภาพนี้เป็นโปสเตอร์รณรงค์....... (ดูภาพแล้วลองคิดเล่นๆ)

 

รณรงค์ให้ที่ันั่งแก่เด็ก สตรี คนชรา และคนพิการบนรถโดยสาร

ภาพนี้ทุกคนมองแว่บเดียว และอ่าน copy ข้างบนก็คงจะพอเดากันได้สินะ

ตอนที่ได้โจทย์นี้มา..... สร้างปัญหากับชีวิตคนวาดรูปไม่เก่งอย่างเรามาก คือ....
1. ตรูจะวาดคนยืนบนรถเมล์ยังไง OTL....... เป็นฉากที่วาดยากมาก~~~~~~~~~~~~~~ก
2. ถ้าวาดฉาก วาดคนยืนได้ จะสื่อออกมายังไง

สรุปก็เลย.... อะไรที่วาดยากนัก ก็ไม่ต้องวาดมัน....
เอากันง่่ายๆอย่างงี้น่ะแหละ วาดผู้ชายคนนี้ให้หน้าเห่ยๆก็พอ

ตอนนั้นจำไม่ได้ว่าวาดโจทย์นี้กันกี่คน.... แต่หลายคนมีปัญหาเหมือนเราข้อ 1-2 ด้านบน

งานแบบนี้ข้อดีก็คือ
1. วาดง่าย
2. สื่อสารได้

ข้อเสียคือสำคัญเลยก็คือ... ในการสอบบางทีจะดูเหมือนงานเราง่ายกว่าคนอื่น อันนี้ก็อยู่ที่คนพิจารณาว่าเขาจะคิดยังไง เราก็ไม่สามารถไปรู้ใจเขาได้

โดยรวมแล้ว.... สำหรับเรา งานแนวนี้ จุดสำคัญไม่ได้อยู่ที่ภาพวาดที่สวยงาม แต่สำคัญที่การสื่อสาร.... ไม่ว่าจะเป็นภาพ ฉาก หรือ copy ก็ล้วนมีส่วนช่วยในการสื่อสารทั้งนั้น

เวลาทำงานพวกนี้ เราจะคิดว่า อะไรที่เราดููเพียงแว่บเดียว(แบบไ่ม่ต้องเพ่งแล้วเพ่งอีก)แล้วจะเข้าใจทันที และอะไรที่เราดูแล้วจะติดตา เห็นปุ๊บนึกถึงสินค้านั้นปั๊บ

ทั้งหมดนี้ก็แค่ความคิดส่วนตัวของเราล้วนๆ ทั้งเรื่องภาพ เรื่องสี เืรื่องบลาๆๆๆที่เขียนมา 

อาจจะมีคนคิดเหมือนเรา และอาจจะมีคนคิดไม่เหมือนเราก็เป็นได้เหมือนกัน

 

เพิ่มอีกนิด

งานอื่นๆ

อันนี้เหมือนวาดเล่นๆ ภาพของจริงเล็กจิ๋วเดียว

โจทย์คือ โลโก้และป้ายร้านขายของที่ระลึกทางเหนือ --- คิดชื่อร้านเอง

 

ก็.....  จากที่เราเรียน โลโก้มีกฏเหล็กไว้ว่า
1. ใช้สีให้น้อยที่สุด (ไม่ควรเกิน 3 สี)
2. สื่อสารได้ 
3. ไ่ม่ว่าจะย่อหรือขยายก็ยังดูรู้เรื่อง
4. (ควรจะ) ยัดลงกรอบสี่เหลี่ยมจัตุรัสได้

เห็นว่าเป็นทางเหนือ... เราคิดของที่วาดง่ายออกแค่พัดกับร่มอ่ะ = =''''
ร่มมันดูง่ายสุดแล้ว ก็เลย.... เอาวะ ร่มก็ร่ม พยายามลดทอนมันออกมาจนได้อย่างที่เห็น 

ต่อมาคือป้ายร้าน...... ขนาดกำหนดมา (เท่าไหร่จำไม่ได้ จำได้แต่ 1:3)
เพียงแต่ข้อดีของงานนี้คือ.... สามารถเกินกรอบออกไปได้(เหมือนบิลบอร์ด) 

ทีนี้..... พอวาดร่ม(หรือพัด แล้วแต่จะมอง) มันจะเหลือด้านข้างๆ..........  เลยยัดลาย(ที่พยายามวาดให้ดูออกมาเป็น)เหนือๆไปข้างๆ แล้วเขียนชื่อร้านไว้ตรงกลาง

เรื่องฟอนท์นี่.......... เราไม่ถนัดๆสุดๆไปเลย T T
ลายมือปกติ พยายามยังไงมันก็ไม่สวยอยู่แล้ว
ให้คิดฟอนท์ใหม่แล้วเขียนให้สวยเหมือนจะฆ่ากันให้ตาย OTL

ฟอนท์ที่เห็นคือ.... เราพยายามให้มันดูคล้ายภาษาไทย
คิดกันล่ะสิ...ว่าตรงไหน
คือ.... เราพยายามให้มันเหมือนมี "หัว" ทีเ่ป็นเอกลักษณ์ของภาษาไทยอ่ะนะ ถึงดุแล้วจะไม่เหมือนก็เถอะ
ส่วนชื่อร้าน ทำเป็นภาษาอังกฤษเพราะรู้สึกว่าร้านของฝากมันขายทั้งคนไทยและต่างชาติ

ชื่อก็.... ไม่มีอะไร คิดง่ายๆ North + Thai รวมเป็น NorTHai  (สิ้นคิดเนอะ....)

.

.

ฟู่ว..~~~ หมดแล้ว

รูปวาดที่สแกนๆไว้ก็มีแค่ประมาณนี้ล่ะ จะหมดเครื่องแล้ว รูปใหม่ๆก็ไม่มี  = =

.

.

ปล. ที่เขียนไปทั้งหมด เป็นสิ่งที่เรียน+ฝึกสมัยม.ปลาย แต่เราไม่ได้เรียนมหา'ลัยทางนี้โดยตรง เนื่องจากติวแล้วท่าทางจะไม่รอดปีหนึ่ง(ต้องเรียนพวก pure art ดรออิ้ง สีน้ำ สีน้ำมัน บลาๆๆๆ) เพราะเราถนัดงานพวกไอเดียมากกว่าให้มาวาดเอง..... หลายๆครั้งจะคิดได้แต่วาดไม่ได้ เลยเบนเข็มมาเอนท์คณะอื่นแทน

Comment

Comment:

Tweet

งานแอดตอนติวฉันหายไปไหนไม่รู้ว่ะ OTL อยากเอามาสแกนบ้าง
เพราะภาพใหญ่เกินเครื่องสแกน A4 ที่บ้าน T^T << เหมือนกัน ภาพสีน้ำสแกนไม่ได้ ถ่ายรูปเอาตลอด -.-

สุดท้ายเราสองคนก็ไม่ได้เรียนสายนี้ 55555

#4 By [ Farine ] on 2009-05-16 16:47

สรุปนี่เธอเรียนภาษาหรือเรียนโฆษณาเนี่ยconfused smile

#3 By rico on 2009-05-16 16:34

เพราะภาพใหญ่เกินเครื่องสแกน A4 ที่บ้าน T^T << ถ่ายรูปมาสิ ^^;

เห็นภาพพวกนี้ก็เห็นเป็นลายเส้นของจิบิชัดดีนะ

เราก็เคยติว(ติวกับสถาบันนะ)
แต่ไม่ได้สอบเพราะไปสอบตรงติดก่อน
Font เป็นงานที่เราดองไปเลยตอนติวเพราะไม่รู้จะทำยังไง
เห็นงานของคนที่เคยทำมาแล้วท้อใจคิดยังไงก็ไม่สวยเท่าเค้า

#2 By Aklare on 2009-05-16 16:31

พอๆกับคนใกล้ตัวผมเลย open-mounthed smile

เพื่อน ตอน ม.ปลาย เรียนพิเศษสถาปัตย์ สุดท้ายไปเข้าวิศวะ
น้อง ตอน ม.ปลาย เรียนพิเศษสถาปัตย์ สุดท้ายไปเข้าเศรษฐศาสตร์ sad smile

แต่ก็นะ ของแบบนี้มันเปลี่ยนใจกันได้อยู่แล้ว big smile

#1 By SRP on 2009-05-16 16:21