เคยลองพยายาม... เพื่อเอาชนะอะไรบ้างไหม
posted on 06 Jun 2009 21:59 by jibi in essayต่อเนื่องจากเอนทรี่ที่แล้ว...
.
เคยลองพยายาม... เพื่อเอาชนะอะไรบ้างไหม
เอาชนะในที่นี้ ไม่ได้หมายถึงเอาชนะคนอื่น แต่หมายถึง เอาชนะตัวเอง
.
คุณมีอะไรที่รู้สึกว่าไม่ถนัดเอาซะเลย ไม่ถูกชะตาด้วย รึเปล่า
อย่างที่บอก คือเราอัพต่อจากเอนทรี่ที่แล้ว
เราบอกไว้ว่า.... เราไม่ถนัดคันจิเลย รู้สึกว่าชั้นไม่ได้เกิดมาเพื่อมัน
เหตุการณ์มันมีอยู่ว่า.....
- ม.4 เริ่มเรียน คันจิง่ายๆ ... โอ้ยดีจัง เขียนคันจิสนุกดี ตัวเดียวก็มีความหมายแล้ว จำก็ง่ายๆ ไมต้องคัด จำได้เอง
- ม.5 เริ่มเสียเวลากับการนั่งท่องคันจิ ... โอยเบื่อ เสียเวลาจัง ... แต่ยังคงจำได้ตอนสอบ
- ม.6 คันจิเยอะะ วิชารีดดิ้งสอบครั้งนึงเป็นร้อยคำ ... โอ้ยยยยย ไม่เขียนมันแล้ว นั่งสะกดจิตตัวเอง อ่านออกก็พอ ของแบบนี้ (ยิ่งตอนแรกไม่ได้จะเข้าอักษรด้วย เลยไม่ค่อยใส่ใจ)
- ปี1 ฆ่ากันให้ตายดีกว่า........ ญี่ปุ่น 3 ตัว คันจิไม่ตรงกัน สอบแน่นอนสัปดาห์ละครั้ง ประมาณ 150 คำ ... มันทรมาณจริงๆนะ คือมีวิชาพื้นฐานอื่น มีการบ้านอื่นด้วย
.
ปิดเทอม พยายามจะอ่าน แต่ในที่สุดก็เล่น คุย อ่านนิยายอะไรจนไม่มีเวลาได้ทำ
.
ก่อนเปิดเทอม รู้ว่ามคันจิศึกษา รู้ว่าเรียนญี่ปุ่นหลายตัว
เราตัดสินใจไว้ว่า....
"จะต้องเอาชนะมันให้ได้... ถ้าคันจิไม่เป็นปัญหากับชีวิตเมื่อไหร่ การเรียนญี่ปุ่นจะมีความสุขมากขึ้น"
.
ตอนนี้เรียนเยอะมากๆ.......... คนไม่เคยสัมผัสเราคงไม่สามารถบรรยายปริมาณของมันได้
.
ผลคือ.... ต้องท่อง ทุกวัน
ทุกวันจริงๆ
เดิมเราเป็นคนอ่านหนังสือเฉพาะก่อนสอบ (1-3 วัน)
ก็ทำแบบนั้นไม่ได้แล้ว
ก็คิดว่า ต้องทำให้ได้ ต้องผ่านมันไปให้ได้แล้วพยายามต่อไป
.
จากเดิมที่รู้สึกแย่มากที่ต้องมานั่งท่องคันจิอะไรก็ไม่รู้เยอะแยะ (เพราะท่องก่อนสอบ)
พอทำใจได้ และคิดว่า "สักวันเราจะชนะมัน และก้าวข้ามมันไป" และ "สักวันสิ่งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อตัวเราเอง" เราก็มีความสุขกับมันมากขึ้น.... (พูดให้ถูกคือทรมาณน้อยลง)
มันก็คล้ายๆกับการหลอกตัวเองอยู่นะ
แต่หลอกตัวเอง มันคือเรารู้ความจริงอยู่ลึกๆ แต่ก็ทำเป็นเหมือนไม่รับรู้ พยายามทำให้ตัวเองเชื่อในสิ่งที่อยากจะเชื่อ โดยที่รู้อยู่แก่ใจว่าสิ่งนั้นไม่มีทางเป็นจริง
แน่นอนว่า ผลที่ได้มันมีแต่เสีย... เพราะในที่สุดเราก็ต้องเผชิญกับความจริงอยู่ดี
แต่สิ่งที่เราคิด เป็นเรื่องจริง..... เป็นเรื่องจริงที่เราพยายามจะลืมก็เลยหลีกเลี่ยง สุดท้ายแล้วเราก็ต้องหันมาเผชิญหน้ากับมัน
.
ตอนนี้เอาเข้าจริงมันก็เหมือนเราทำตัวเองอยู่เลย
ถ้าเราตั้งใจตั้งแต่แรก.... ไม่เรียนแบบเรียนแล้วทิ้งตั้งแต่ม.ปลายและปีหนึ่ง ตอนนี้เราก็คงเสียเวลาน้อยลง เพราะมีหลายๆตัวที่จำได้อยู่แล้ว ไม่ต้องกลับไปทวนมันซ้ำหลายๆรอบ
แต่เพราะเราเอง
ทำให้เราต้องมาคอยทำอะไรที่ไม่ชอบซ้ำซากๆ
เหมือนยิ่งเลี่ยง ก็ยิ่งหนีวนไปวนมาซ้ำๆอยู่ในวงกตเดิม ทางออกก็คือพังกำแพงออกไปให้ได้ ไม่ว่าจะมีกี่ชั้น ไม่ว่าจะเป็นกำแพงที่ตัวเองสร้างขึ้นเอง หรือกำแพงอุปสรรคที่มาขวางกั้นเส้นทางของเราไว้
ในขณะที่เราวิ่งวนอยู่ กำแพงก็หนาขึ้นเรื่อยๆ...
สิ่งที่เราต้องทำตอนนี้ก็คือพังกำแพงนี้ออกไปให้ได้
.
ชีวิตคนเรา มันมีอุปสรรคอยู่เยอะ
เรื่องคันจิ มันเป็นแค่เรื่องเล็กๆน้อยๆของชีวิตทั้งชีวิต แต่่ ณ ปัจจุบันมันเป็นเรื่องใหญ่พอสมควรเลยในชีวิตเรา
.
ก็ลองคิดกันดู.... ว่าเรากำลังหนีอะไรอยู่รึเปล่า
หนีทำไม
ทำไมไม่เผชิญหน้ากับมัน และเอาชนะมันดูล่ะ
ลองดูก่อน..... ถ้าลองได้พยายามอย่างเต็มที่ดูแล้ว ถึงแม้ว่าจะไม่สำเร็จก็ไม่มีอะไรจะต้องเสียใจอีก
เราเข้าใจว่าการท่องอะไรสักอย่างมันทรมาน
ถูกแล้วล่ะ คิดซะว่า มันเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์"มากๆ"ในอนาคต เราจะได้มุมมองที่ดีขึ้นจากมัน
ทางนี้ก็คงต้องใช้วิธีนี้กับการท่องจิตวิทยาเหมือนกัน OTL
/me เตรียมเนิร์ดเปิดเทอม
#1 By [ Farine ] on 2009-06-06 23:06