วันนี้ตื่นเช้า เพราะเมื่อวานได้นอนเต็มที่

ตื่นมาเปลี่ยนชุด แต่งหน้า ล้างตัว ดื่มกาแฟ แล้วก็เตรียมของออกเดินทาง

ปกติของที่จะพก นอกจากของใช้ส่วนตัวปกติเหมือนไทย ก็จะมี

-มือถือที่ปิดสัญญาณ เอาไว้เก็บข้อมูล เก็บเบอร์โทรศัพท์ เก็บแผนที่ และของที่มีคนฝากซื้อ 

-passport เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับนักท่องเที่ยว ถึงแม้จะไม่ได้หยิบใช้เลยก็ตาม

-สมุดจดโน๊ต ปากกา ดินสอ ไว้จดสิ่งจำเป็นในชีวิต = =

-แผนที่ญี่ปุ่น แผนที่นาโกย่า (ข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวและแผนที่รถไฟ) -- แน่นอน เป็นภาษาอังกฤษ

-กล้อง ขาดไม่ได้!!!

-ถุงผ้าเบาๆพับเก็บได้ เพราะร้านค้าหลายๆร้านจะไม่ให้ถุง

-ร่ม อ่านพยากรณ์อาการมาแล้วว่าวันนี้ฝนจะตก 

(DS, dict ไม่แบก หนัก)

.

เริ่มเที่ยวกัน

.

ก่อนอื่น ถึงเราจะมีบัตรฟรี 1 สถานีจากพี่่ แต่อยากเดินมากกว่า เลยเดินจากที่พักไปสถานีนาโกย่า

ระหว่างทางผ่าน melonbook (ถ้าไปอีกแยกจะเป็น Animate) น่าเสียดายที่มันยังไม่เปิด

.

เนื่องจากที่พักไม่มีอาหาร และเราอยากจะหาอะไรแปลกใหม่กิน เลยมากินเอาแถวสถานี

ร้านอาหารเริ่มเปิดบ้าง ร้านแรกที่เจอคือ Mc Donald ก็รู้นะ ว่ามันไม่เหมือนไทย แ่ต่ไม่อยากมากินแมคที่ญี่ปุ่นตั้งแต่วันแรก... ก็เลยเดินต่อไปเรื่อยๆ

เจอพวกอุด้ง ราเมง คัตสึด้ง.... ก็น่ากินนะ แต่ถ้าอิ่มตั้งแต่ตอนนี้จะอดขนม

เจออีกร้าน เป็นคาเฟ่ขายพวกแซนด์วิช จริงๆเมนูที่อยากกินคืออีกอย่าง แต่มันดันหมด -*- เลยสั่งแซนด์วิชเนื้ออบไป (จะถ่ายเมนูให้ดูู ตอนเดินออกมาเค้าปิดป้ายสินค้าหมดทับไปแล้ว orz)

 

แซนด์วิชขนมปังฝรั่งเศส ไส้แฮมพริกไทยดำ(สุกนะ ไม่ดิบ...) โยเกิร์ตสดราดซอสส้ม ชามะนาว(จริงๆเลือกได้หลายอย่าง... ตอนแรกจะไม่เอาเพราะดื่มกาแฟมาแล้ว เอาแค่น้ำเปล่าพอ ปรากฎว่ามันรวมอยู่ในเซ็ตเลยเอาชาร้อนมากิน)  เซ็ตอาหารเช้า 550 เยน

.

ลงรถใต้ดิน เป้าหมายของเราคือวัด Oosu kannon 

ลงสถานี  Oosu kannon ทางออกที่ 2 เดินประมาณ 1 นาทีเจอเลย

  (ถ่ายรูปวัดมาเยอะมาก ขอลงแค่ไม่กี่รูปแล้วกัน) 

นี่เป็นตัวศาลาใหญ่ ประดิษฐาน kannon sama ถ้าเป็นไทยก็คือเจ้าแม่กวนอิม แต่ที่ญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะทำคันนงเป็นเพศชาย (จริงๆแล้วเจ้าคันนงซามะไร้เพศนะคะ และเป็นองค์เดียวกับพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร แต่คนส่วนใหญ่ไม่รู้) ที่ไร้เพศก็เพราะว่า สวรรค์ชั้นที่พระสาวกระดับท่านสถิตย์อยู่ เป็นสถานที่ที่พ้นจากเพศไปแล้ว (แต่บางตำราก็ว่ามีแต่เพศชายไม่มีเพศหญิง)

ด้านในเงียบสงบดี มืดๆ ไปถามเจ้าหน้าที่(หรือพระ?)ในวัดว่าถ่ายรูปได้รึเปล่า เขาก็บอกว่าถ่ายได้เลยถ่ายมาเยอะมาก ขอลงแค่รูปเดียวพอ...

วัดนี้โอมาโมริ(เครื่องลาง) น่ารักมากค่ะ... น่ารักหลายอันมาก เลือกไม่ถูก เลยไม่ซื้อแบบเป็นถุงๆมา แบบนั้นที่ไหนก็มี เจอสวยๆทั้งทีขอแบบอื่นดีกว่า =w= ซื้อมา 2 อัน

พระเขาก็ถามๆว่ามาจากไหน พูดญี่ปุ่นเก่งจัง(เรอะ?) มาเที่ยวคนเดียวให้ระวังตัวดีๆ (ย้ำมาก...) แล้วก็อวยพรให้เราตอนซื้อโอมาโมริ 

ในวัดมีพระหินหลายองค์มาก ไม่รู้เหมือนกันอะไรเป็นอะไร ดูแล้วงง ส่วนลานวัดก็เหมือนไทย มีนกพิราบเพียบ มีตู้ขายอาหารด้วย.... แต่นกไม่กลัวคนเลย เดินไปมันก็แค่เดินหนี ไม่มีกระพือปีกบิน - -;

 .

จากวัด จะมีทางเดินเข้าย่านร้านค้าค่ะ อ่านมาบอกว่าวันที่ 18 และ 28 จะมี antique market เลยนึกว่าปกติก็คงเป็นย่านร้านค้าเล้กๆ ปรากฎว่ายาวมาก ข้ามถนนแล้วไปต่อได้อีกเรื่อยๆ ทะลุไปสถานีรถไฟฟ้า Kamimae เลย.....

  

ไปตั้งแต่เช้า ส่วนใหญ่ก็ยังไม่เปิด เราก็เดินดูไปเรื่อยๆ

 

 เจอศาลเจ้าเล็กๆ (ดูเหมือนใหญ่ใช่ไม๊ มันเล็กมากๆ...)

เราก็ล้างมือ แล้วเข้าไปไหว้ มีแบ่งเป็นสองส่วน ไม่รู้เหมือนกันว่าอะไร orz เลยโยนเหรียญไปที่เดียวไม่ถึงร้อยเยนมั๊ง จำไม่ได้แล้วว่าโยนไปเท่าไหร่

ศาลเจ้าเล็กๆแบบนี้พบได้ทุกที่ เดินๆไปในย่านร้านค้าก็เจออีกหลายแห่ง แถวที่พักก็มีอยู่ตามซอกหลืบของเมือง

(เจอศาลเจ้าเล็กๆอีกที่ มีขายโอมาโมริ คิตตี้ สติช ไม่ชอบอ่ะ = =''' แล้วก็มีพวก เครื่องหอมเทียนหอมหน้าตาจตุจักร :lol: ถ่ายภาพมาเหมือนกัน แต่เพื่อกันบล็อกโหลดอืดขออนุญาตไม่อัพ) 

ร้านขายกิโมโน ยูกะตะเยอะมาก มีทั้งของแพงของถูก สั่งตัด ผ้าไหม ผ้าฝ้าย ใยสังเคราะห์ ของมือสองก็มี เจอร้านนึงน่ารักดี ราคาน่าคบไม่ถึง 2 พันเยน ของใหม่ด้วย แต่ไม่รวมโอบิ - -' แล้วมีอยู่แล้วตัวนึงเลยไม่ซื้อมาก ถ้าหลังจากใช้ JRpass เที่ยว 7 วันแล้วเงินเหลือจะไปซื้อ

ช่วงนี้น่าจะใกล้งานชิจิโกะซัน (3-5-7) โฆษณาทั่วเลย เห็นตั้งแต่นั่ง Ari port link เข้ามาวันแรกแล้ว กิโมโนเด็กน่ารักมากกก >.

เสื้อผ้า รองเท้า ราคาไม่แพง ผ้าใบหมดรุ่น(ของฤดูที่แล้ว พวก converse, nike, etc) คู่ละ 2990 เยน อีกเช่นกัน ถ้าเงินเหลือจะไปซื้อ.... ขอเก็บไว้เที่ยวก่อน วันนี้ไม่ตั้งใจมาช้อปปิ้ง ไม่ได้หาข้อมูลไป ปรากฎว่าเป็นแหล่งซื้อของหลักของนาโกย่าเลย

ของกินของใช้มีทุกอย่าง เครื่องใช้ไฟฟ้า ซุปเปอร์มาร์เ็ก็ตเต็มไปด้วยแม่บ้าน ร้านขายเมล็ดกาแฟอย่างเดียวก็มี เครื่องเคลือบ ของเล่น ร้านขายยา เครื่องสำอางค์ บลาๆ มีหมด

.

เดินไปเรื่อยๆ จะมีทางให้เลี้ยวไปได้ เราก็เลี้ยวแบบไม่คิดอะไร..... ยังไงก็กะเดินจนครบอยู่แล้ว 

ก็เห็นอะไรแว้บๆ

 

เดจิโกะ!!!!!!  

แถวนี้มี GAMERS ด้วย o_O!' (สาบานว่าเราตั้งใจจะไปแค่วัด กับนึกว่าเป็นย่านร้านค้าเก่าๆขายของเก่าจริงๆ orz)

เราก็เลี้ยวเข้าไปเดินหาอย่างไม่คิด....... 

ก็เดินๆ ทั่วๆ หาของตัวเอง หาของที่คนอื่นฝากซื้อ

ได้พาวานเล่ม 3 โรมันเล่ม 2 (เล่ม 1 ซื้อมาเพราะ gift voucher ของคิโนะมันทอนไม่ได้ แ้ล้วปกสวย - -; เลยต้องรับผิดชอบซื้อต่อ) แล้วก็แก้วโฮโร

เดินแล้วมีความสุขมาก เห็นเดจิโกะและปุจิโกะอยู่ตามป้ายทุกๆแผ่น

ตึกที่มีเกมเมอร์ส ด้านล่างเป็นปาจิงโกะตู้ตัวการ์ตูน * *''

เดินๆไปจะมีเกมเซนเตอร์เต็มไปด้วยตู้ UFO แต่ไม่มั่นใจในฝีมือเลยไม่เล่น 

.

เริ่มหิว เดินออกไป.. เจอร้านไทยากิ เลยลองไทยากิโมจิตััวจิ๋ว แป้งเหนียวๆแบบโมจิ ไส้ครีม ชอกโก และถั่วแดง 10 ชิ้น 380 เยน (ช่วงโปรโมชั่น)

ชิมไปรสละชิ้น ที่เหลือเก็บไว้กินเล่น ก็อร่อยดีนะ แต่แป้งมันเหนียวๆ ชอบแป้งปกติมากกว่า

ยังหิวอยู่ เดินกลับเข้าไปหาร้านกินข้าว เจอป้ายร้านนึงน่ากินดี "โอโคโนมิยากิยากิโซบะ" เข้าไปสั่งถึงรู้ว่ามันคือร้านกิงดาโกะ.... แต่ไม่เป็นไร เราไม่กินทาโกะอยู่แล้ว

อยากกินน้ำเปล่า แต่เมนู 580+100 ได้น้ำ = =' เลยสั่งน้ำนัจจังออเรนจิ.... (น้ำส้มนั่นแหละ) รอจนได้ของ เดินถือถาดขึ้นชั้นสองถึงรู้ว่ามันมีน้ำเปล่าฟรี OTL เสียค่าโง่อีกแล้ว 100 เยน

  

ดูนาฬิกาตอนกิน เที่ยงตรงเป๊ะ

เที่ยวคนเดียวก็ดีเงี้ยแหละ ทำเวลาดีมาก.... *0*b

อันนี้อร่อยอีกแล้ว ยากิโซบะผัดซอสเปรี้ยวนิดๆ ใส่หมูสามชั้นถั่วงอกผัดสุกๆ โปะด้วยไข่ ราดซอสกับมายองเนส - --b