[Japan's Diary] 07 - เที่ยวเกียวโต

posted on 24 Oct 2009 17:41 by jibi in Travel directory Travel

เที่ยวเกียวโต เริ่มต้นที่สถานีรถไฟเกียวโต

จากตรงนี้จะมีูศูนย์บริการข้อมูลนักท่องเที่ยวให้เข้าไปขอแผนที่และซื้อบัตรรถบัตร ขึ้นได้ไม่จำกัดเที่ยวในเวลา 1 วัน 500 เยน ถ้าขึ้นปกติเที่ยวละ 220 เยน ก็ค่อนข้างจำเป็น เพราะสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆของเกียวโตไม่ค่อยจะอยู่ในตัวเมืองที่รถใต้ดินผ่าน

เอกสารที่หามา เค้าบอกว่าให้เดินจากสถานีข้ามแม่น้ำคาโมงาวะเพื่อไปซังจูซังเก็นโด Sanjuusangendou

วัดนี้สวยมากกกก ตัวอาคารด้านหนึ่งจะมีระเบียง ใช้ในงานยิงธนู จะให้คนยืนเรียงกันตลอดระเบียง ยิงธนูออกไป ดูจากภาพแล้วน่าดูมากๆ มีทุกวันที่ 15 มกราคม ของทุกปี

วิหารสวยมาก หลังคาวิหารยาว 60 เมตร รองรับด้วยเสา 33 ต้น ผนังระหว่างเสามีซุ้มเว้าเข้าไป 33 ซุ้ม (ก๊อบมาจากเว็ปอะไรจำไม่ได้ ต้องขอโทษด้วย...) ภายในวิหารประดิษฐานเจ้าแม่กวนอิมพันมือองค์ใหญ่ กับสาวกอีก 1000 รูป และรูปสลักเทพองค์อื่นๆอีก

แต่ภายในห้ามถ่ายรูป เลยถ่ายมาได้แต่ข้างนอก

ข้อดีข้อที่นี่อีกข้อหนึ่งคือ ป้ายด้านในมีภาษาอังกฤษอธิบายทุกจุด คำบรรยายละเอียดด้วย ไม่ใช่แค่ป้ายชื่อ เป็นหนึ่งในวัดที่ถ้าได้ไปเกียวโตไม่ควรพลาด

ตัววิหาร ภายในยังมีหลงเหลือสีและภาพวาดดั้งเดิมให้เห็นบ้าง เดิมไม่ใช่ไม้สีดำแบบนี้ แต่เป็นวิหารสีแดง เขียว สดๆ วาดลวดลายสวยงาม (แต่ส่วนตัวชอบแบบนี้มากกว่าแฮะ...)

 

ภายในบริเวณวัดจะมีที่ให้ล้างมือ น้ำพุเด็กร้องไห้

มีป้ายเขียนบอกว่า มีคนฝันว่ามีน้ำผุดออกจากตรงนี้ พอมาดูก็มีน้ำพุจริงๆ พอลองชิมดูก็รู้ว่าน้ำเย็นจัดและรสอร่อย เสียงเหมือนเสียงเด็กร้องไห้เลยได้ชื่อนี้มา 

แต่ข้างๆป้ายอธิบายประวัติความเป็นมาและรสชาติ จะมีอีกป้ายติดอยู่ว่าน้ำนี้ไม่สามารถดื่มได้ - -

จากซันจูซังเก็นโด ก็นั่งรถบัส (หรือรถเมล์นั่นแหละ) ไปคิโยมิซึเดระ รถจะจอดที่ถนนคิโยมิซึ แล้วเราต้องเดินไต่เนินขึ้นไปบนวัด ช่วงเนินที่เดินจะมีของที่ระลึกขายตลอดทาง

เหนื่อยมากกกก OTL เหมือนเดินเท่าไหร่ก็ไม่ถึงซะที = =

  

ในที่สุดก็มาถึงบริเวณวัด

มองจากวิหารลงไปด้านล่าง จะเห็นน้ำตกซึ่งเป็นที่มาของชื่อวัด

วัดคิโยมิซึเป็นวัดเก่าแก่มาก (เก่ากว่าเฮอันเกียว หรือสมัยที่เกียวโตเป็นเมืองหลวงซะอีก) ตัววัดสร้างบนภูเขา ดังนั้นผังภายในจะงงมาก.... เดินตามทางที่เค้าจัดไปเรื่อยๆถึงจะดูได้ครบ มันจะวนไปวนมาอยู่บนภูเขา

(เค้าว่า) หลังวัดจะมีศาลเจ้าจิชุ (แต่เรารู้สึกว่าไม่ใช่หลังวัด แต่อยู่ในบริเวณวัดเลยมากกว่า ^^'')

 

เป็นศาลเจ้าที่ขึ้นชื่อเรื่องความรัก เทพเจ้าเรื่องเกี่ยวกับความรัก

 

นี่ไม่ใช่ที่สำหรับสักการะ แต่ไว้ให้ถ่ายรูปที่ระลึกกัน

 

เมกุระอิชิ (หินตาบอด) หรือหินทำนายรัก

จะมีหินสองก้อน ห่างกันประมาณ 20 เมตร เค้าว่าถ้าหลับตาเดินจากก้อนหนึ่งไปอีกก้อนหนึ่งได้ โดยอธิษฐานเกี่ยวกับความรัก แสดงว่าความรักจะเป็นไปอย่างราบรื่น

ไปลองมาเหมือนกัน อยากรู้ว่าจะทำได้ไม๊ ปรากฎว่าทำได้ เดินตรงเป๊ะเลย แต่ไม่ได้อธิษฐานอะไร - -)'' เอาเป็นว่า เราจะคิดว่าในอนาคต ชีวิตรักและชีวิตสมรสเราจะราบรื่น............ (ไม่รู้ว่าสามารถทำนายล่วงหน้าได้กี่ปี 55555555)

จากทางเดินบนภูเขาถ่ายย้อนไปที่วิหาร

จากด้านล่างตรงหน้าน้ำตก ถ่ายย้อนไปที่วิหาร

ออกจากคิโยมิสึเดระ ก็นั่งรถบัสไปศาลเจ้ายาซะกะ (Yasaka-jinja) อยู่ตรงย่านกิอง ตัวเมืองเก่าแก่ ย่านบันเทิงของนครเกียวโต (ปัจจุบัน ไปตอนกลางวัน แต่ดูแล้วคิดว่ากลางคืนคงใกล้เคียงไนซ์บาซ่าเชียงใหม่ 

ด้านหน้าศาลเจ้า

เข้าไปในตัวบริเวณวิหารหลัก

มีซุ้มเหมือนทุกๆวัด เซียมซี เครื่องราง แต่ไม่รู้เพราะไปเช้า(ประมาณเที่ยง) หรืออะไร ไม่เห็นมีใครอยู่ในซุ้มเลย เดินทั้งศาลเจ้าไม่เห็นมิโกะซักคน

จนไปมองเห็นป้ายข้างๆซุ้ม

 

ป้ายประกาศของวัด "ประกาศรับสมัคตรคนทำงานพิเศษเป็นมิโกะช่วงปีใหม่"

อืมมมม ท่าทางวัดนี้จะขาดแคลนมิโกะจริงๆ......

เดินวนไปด้านหลัง จะเจอสวนสาธารณะมารุยามะ (Maruyama-kouen) ได้ยินมาว่าขึ้นชื่อเรื่องเป็นที่ชมซากุระช่วงต้นเมษาฯ (แต่เราไปตอนใบไม้ร่วง.... ดังนั้นอย่าหวังว่าจะเห็น)

เดินออกจากสวน จะมีทางเดินวนออกไปที่ทางเข้า

 

จากกิอง ขึ้นรถบัสต่อไปเฮย์อันจิงกู (Heian-Jinguu)

ใกล้ๆเฮย์อันจิงกูมีโทริอิใหญ่มาก ตั้งอยู่ตรงสี่แยก....

เฮย์อันจิงกูเป็นศาลเจ้าใหม่ สร้างเมื่อปี 1895 (ครบรอบ 1100 ปีเฮย์อันเกียว) อุทิศให้แก่จักรพรรดิองค์แรกและองค์สุดท้ายของเกียวโต จำลองแบบมาจากพระราชวัง สถาปัตยกรรมแบบเฮย์อัน (ว่ากันตามตรงก็คือแบบจีน.... เพราะเฮย์อันได้รับอิทธิพลจีนทุกอย่าง แม้กระทั่งผังเมือง)

ประตูทางเข้า

ด้านใน... (เค้าว่า) ซ้ายขวาเท่ากัน ขนานกันตลอด

รอบนอกจะมีสวนให้เข้าไปเดินชม ต้องซื้อตั๋วก่อน แต่เราเวลาน้อย และหิว.... แล้วก็ไม่สนใจสวนเท่าไหร่เลยไม่เข้าไปดูดีกว่า

สรุปว่าแวะเฮย์อันจิงกูประมาณ 15 นาที - -)''

ใครมาเกียวโต......... ไม่จำเป็นต้องแวะที่นี่ก็ได้ พูดกันตามตรงคือไม่มีอะไรน่าสนใจเท่าไหร่ ขนาดก็ไม่ได้ิใหญ่อย่างที่คิด

จากนั้นเราก็นั่งรถบัสไปกิงคะคุจิ (Ginkakuji)

ตอนนี้ปิดซ่อมตัวศาลาอยู่ แต่ก็ยังเปิดให้คนเข้าไปชมได้

คิดซะว่าได้เห็นอะไรที่ไม่ได้เห็น ได้เห็นตอนกำลังซ่อมแซมอาคาร และจัดสวนหิน

  

สภาพศาลาตอนนี้

สวนรอบๆ

 

ถ่ายจากทางเดินบนเขา

ไปกิงแล้ว ก็ต้องไปคิน

สองที่นี้ห่างกันมากๆ.......... นั่งรถจนเบื่อเลย

จริงๆคือ นอกจากคินคะคุจิแล้วที่อื่นที่เราไปอยู่ฝั่งตะวันออกหมดเลย.... ไล่จากใต้ขึ้นไปทางเหนือ...... (นับจากสถานีรถไฟฟ้า) แต่รู้สึกว่าเสียดายถ้ามาแล้วไม่ได้ดูคินคะคุจิ ยังไงก็จะไปให้ได้

ประตูทางเข้า (ถ่ายจากด้านใน.... จะเห็นกลุ่มเด็กประถมมาทัศนศึกษา)

เกียวโตเจอนักเรียนมาทัศนศึกษาเยอะมาก ตั้งแต่เด็กอนุบาลยันเด็กม.ปลาย จนถึงนักเรียนต่างชาติ - -;

ถ่ายจากจุดชมวิวที่เขาจัดไว้

สวยจริงๆ..... ไปตอนพระอาทิตย์เริ่มตก แสงสาดเข้ามาพอดีด้วย 

น้ำในทะเลสาบกระจก (จำชื่อญี่ปุ่นไม่ได้แล้ว)นิ่งเกือบตลอดเลย.... ถ่ายยังไงก็ได้ภาพสะท้อนแบบนี้ สมชื่อจริงๆ สวยมากกก >.<)b คุ้มค่าที่ยอมไป

คนเยอะมาก ประมาณสี่โมงกว่าได้แล้วนะเนี่ย

จุดที่คนเยอะๆนั่นคือจุดชมวิวที่เราถ่ายรูปวิหารด้านบนมา

เซียมซีของวัดนี้ มาเป็นตู้หยอดเหรียญ ^^'''''

เอ่ออ........ ทำเอาพูดไม่ออก

สถานที่ท่องเที่ยวล่ะนะ.... มีตู้กดไอติม กดน้ำ ตลอดทาง

จากคินคะคุจิ ก็นั่งรถบัสไปลงที่สถานีเกียวโตได้เลย เพราะเย็นแล้ว ส่วนใหญ่วัดและสถานที่ท่องเที่ยวจะปิดตอน 5 โมงเย็น (ช่วงเดือนนี้) คงไม่ได้แวะที่อื่นแล้ว

เราก็ไปเอาของที่เ็ก็บไว้ในล็อกเกอร์หยอดเหรียญ แล้วขึ้นรถไฟเข้าโตเกียว 

Comment

Comment:

Tweet

Excellent site! I love to read your articles by reasuchn of your intellect is such creative

#5 By l-arginine (91.202.129.129) on 2011-04-12 04:40

Sanjuusangendou ชอบมากเหมือนกัน

วัดคิโยมิซิ เดินไกลจริงๆยิ่งตอนกลับนี่แบบว่าทำไมไม่ถึงป้ายรถซักทีsad smile

หินตาบอดลองแล้วเฉออกไปไกลเลย

วัดคิงคาคุจิสวยมากๆbig smile อยากไปอีกcry

#4 By fafner on 2009-10-24 22:08

ยาซากะจินจะ ...ตอนไปมันซ่อมตั้งแต่ประตูหน้ายันด้านใน เลยไม่ค่อยเห็นอะไรเท่าไหร่

ตู้หยอดเหรียญนี่คง แบบเก่าที่เป็นกระบอกๆ มันคงไม่ทันใจแล้วมั้ง เจอตู้ไปเลย หยอดแล้วไหลลงไหลลง double wink

#3 By rico on 2009-10-24 19:36

หินตาบอด ไม่ใช่ว่าแกอธิษฐานว่าขอให้เดินตรงและไม่ชนคนเรอะ.........

ชอบสวนรอบๆอะ ร่มรื่นดี น่าไปนั่ง..
ตู้เซียมซีหยอดเหรียญอ่า น่ารัก XD

#2 By [ Farine ] on 2009-10-24 19:24

หินตาบอดเนี่ยเคยไปมาสองรอบ คนเดินรอบๆไปมากันเต็มเลย ถ้าจะเดินนอกจากต้องเดินให้ตรงแล้วยังต้องโชคดีไม่ชนคนด้วย sad smile

#1 By welcome.to/WallSky on 2009-10-24 19:19