เทอมนี้ลง gen-ed วิชา Thai Univ Read คือการอ่านระดับอุดมศึกษา

มีงานมา 1 ชิ้น คือให้เขียนแนะนำหนังสือเรื่องอะไรก็ได้ 1 เรื่อง

ลังเลว่าจะเอาเรื่องอะไรดี หรือว่าจะเอาที่เคยเขียนๆทิ้งไว้ก๊อบส่งดี แต่พอดีตอนจะทำเพิ่งอ่านเรื่องนี้จบ แล้วประทับใจหลายๆอย่าง เลยเอาเรื่องนี้แหละ แล้วเอามาลงบล็อกด้วยเลย

คำเตือน: เอนทรี่นี้เขียนด้วยภาษาที่เป็นทางการมาก เนื่องจากขี้เกียจมาแก้ ก๊อบงานมาแปะเอาดื้อๆ อ่านแล้วอาจจะรู้สึกขัดใจไปบ้าง โปรดทำใจ  

oOoOoOoOoOoOoOoOoOoOoOoOoOoOoOoOoOoOoOoOoOoOoOoOoOoOoOoOoOoOo

 

 

เรื่อง: แสงสว่างกลางทะเลลึก
ผู้เขียน: ซุสุกิ โคจิ
ผู้แปล: น้ำทิพย์ เมธเศษฐ และ สิริพร คดชาคร
สนพ.: บลิสพับบลิชชิ่ง
จำนวนหน้า: 244 หน้า
ราคาปก: 200 บาท
พิมพ์ครั้งแรกเมื่อ: พ.ศ. 2552

การค้นหาความหมายของชีวิตของหญิงสาวปริศนาที่พยายามฆ่าตัวตายแต่ไม่สำเร็จจึงเลือกที่จะปิดกั้นตัวเองจากทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัว ชายที่หนีจากความจริงที่ตัวเองต้องเผชิญโดยออกเดินทางไปกับเรือประมงจับปลาทูน่า ชายอีกคนหนึ่งซึ่งพยายามฆ่าตัวตายเพราะท้อแท้จากการทำงานแต่เริ่มเปลี่ยนไปเมื่อพบกับผู้หญิงที่ทำให้เขาหลงรัก นายแพทย์สาขาจิตเวชที่ใช้ชีวิตอย่างสมบูรณ์แบบในสายตาของผู้คน และพยาบาลสาวผู้ทำทุกวิถีทางเพื่อไขว่คว้าให้ได้สิ่งที่ตนเองต้องการ 

หากพูดชื่อ ซุสุกิ โคจิ หลายๆคนอาจจะยังไม่คุ้นชื่อ แต่หากบอกว่าเป็นผู้เขียนเรื่อง “ริง คำสาปมรณะ” หรือ “The Ring” เกือบทุกคนคงจะรู้สึกคุ้นเคยอย่างแน่นอน ด้วยเนื้อเรื่องที่ลึกซึ้ง และการผูกเรื่องที่ชวนให้ติดตาม จนทำให้นวนิยายเรื่องริงโด่งดังไปทั่วโลก เรื่อง “แสงสว่างกลางทะเลลึก” หรือ “Hikari Sasu Umi” นี้ก็เช่นกัน ตัวละครหลายตัวที่ดูเหมือนจะไม่เกี่ยวข้องกันเลยดำเนินชีวิตของตนเองไปพร้อมๆกัน และค้นหาตัวเองไปพร้อมๆกัน และในที่สุดทุกคนก็ค้นพบ “แสงสว่างท่ามกลางทะเลลึก” หรือแสงสว่างที่สาดส่องมาให้เห็นเส้นทางที่พวกเขาจะก้าวเดินต่อไปในชีวิต

เมื่ออ่านเรื่อง “แสงสว่างกลางทะเลลึก” ผู้อ่านจะรู้สึกว่าตัวละครในเรื่องนี้ทุกคนมีชีวิต มีความคิด และมีการกระทำอันเกิดจากความคิดของพวกเขาเอง การตัดสินใจของตัวละครในเรื่อง มีเหตุผล มีที่มาที่ไป และมีผลอันเกิดจากกระทำให้เห็น ทำให้การดำเนินเรื่องเป็นไปอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่มีกฎเกณฑ์ และไม่สามารถคาดเดาได้ เช่นเดียวกับที่เราไม่สามารถคาดเดาเรื่องราวในอนาคตของตนเองได้ และจุดนี้เอง ทำให้แตกต่างจากนวนิยายหลายๆเรื่องที่ตัวละครเป็นตัวละครที่ทำอะไรตามแต่ผู้เขียนอยากให้ทำเพื่อให้เรื่องดำเนินไปตามที่ผู้เขียนต้องการ

เรื่องราวเริ่มต้นจากความมืด ทั้งความมืดดำภายในจิตใจของตัวละคร ความมืดมิดที่ปิดกั้นหนทางในการก้าวต่อไปของผู้คน และปริศนาที่ไม่มีใครหาคำตอบได้ ก่อนจะค่อยๆคลายปมด้วยการออกค้นหาความจริง พร้อมๆกับการออกค้นหาตัวตนของตนเองรวมถึงความหมายของการมีชีวิตอยู่ของตัวละคร แล้วความจริงของปริศนาที่ถูกเก็บงำไว้ในความมืดก็ค่อยๆเปิดเผยทีละนิดให้ทั้งผู้อ่านและตัวละครในเรื่องได้รับรู้ไปพร้อมๆกัน ก่อนจะจบลงด้วยแสงสว่างที่สาดส่องมาเป็นความหวัง กับการก้าวเดินออกจากทางอันมืดมิดสู่เส้นทางแห่งแสงสว่างโดยเข้าใจความหมายที่แท้จริงของชีวิต และการมีชีวิตอยู่

ซุสุกิ โคจิ แสดงภาพสังคมที่เคร่งเครียดในปัจจุบันโดยให้เรื่องทั้งหมดเริ่มต้นที่โรงพยาบาลประสาทและจิตเวช แล้วค่อยให้เห็นความเปลี่ยนแปลงของผู้ป่วย เมื่อมี “แสงสว่าง” ส่องลงมา แสดงสภาพสังคมปัจจุบันที่จิตใจของผู้คนว่างเปล่า และชี้ให้เห็นความแตกต่างของคนที่อยู่ในความมืดกับคนที่อยู่ในแสงสว่าง คนที่ดำเนินชีวิตไปอย่างไร้จุดหมาย กับผู้ที่ค้นพบความหมายของการมีชีวิตอยู่ โดยผ่านการเปลี่ยนแปลงของตัวละคร

เนื้อเรื่องและการดำเนินเรื่องของ “แสงสว่างกลางทะเลลึก” นี้ ถ้าไม่อ่านเองคงจะไม่เข้าใจ แม้จะเล่าเรื่องย่อก็ขาดอรรถรสในการติดตามเนื้อเรื่อง การคลี่คลายปมปริศนา และอารมณ์ความรู้สึกนึกคิดของตัวละครที่ผู้เขียนถ่ายทอดออกมาได้อย่างแยบยลและลึกซึ้ง การผูกโยงตัวละครที่ไม่มีความเกี่ยวข้องเรียงร้อยเข้าด้วยกันเป็นตัวแทนของผู้คนจริงๆในสังคมปัจจุบัน

  “แสงสว่างกลางทะเลลึก” จึงเป็นหนังสืออีกเล่มหนึ่งที่อยากจะแนะนำให้ทุกคนได้ลองอ่าน และเมื่ออ่านแล้ว ลองคิดตั้งคำถามกับตัวเองดูว่าความหมายในการมีชีวิตอยู่ของเราคืออะไร เราเลือกที่จะอยู่ในความมืดต่อไปหรือออกค้นหาแสงสว่าง แล้วดำเนินชีวิตต่อไปอย่างมีจุดมุ่งหมาย 

.

เรื่องนี้ยังไงก็ไม่อยากสปอยด์ เพราะถ้าสปอยด์ไปก็พูดไม่หมด คนอ่านสปอยด์อย่างเดียวก็ไ่ม่สนุก คนอ่านแล้วอยากไปอ่านเองก็จะทำให้เรื่องไม่สนุก เลยพยายามเลี่ยงที่จะเล่าเนื้อเรื่อง เอาเป็นว่าใครว่างๆ กำลังหาอะไรอ่าน ลองหามาอ่านดูก็แปลกดี (แต่เตือนคนที่ชอบอ่านนิยายรักว่ามันไม่ใช่เอาซะเลย ถึงเนื้อเรื่องหลักมันจะเกี่ยวกับความรักก็เถอะ)

เพื่อนทุกคนเห็นปกแล้วบอกว่าท่าทางจะเป็นหนังสือน่ากลัว แถมคนเขียนคนเดียวกับเดอะริงอีกต่างหาก ขอยืนยันว่าไม่เกี่ยวกับเรื่องภูติผีปีศาจแต่อย่างใด

เป็นหนังสือที่อ่านแล้วจะต้องคิดตาม แต่สุดท้ายมันก็พลิกกลับไปกลับมาแบบแกล้งคนอ่านสุดๆ คาดเดาอะไรไม่ได้ก็เป็นเหมือนชีวิตจริงที่คาดเดาอนาคตอะไรไม่ได้ ในเรื่องใช้สัญลักษณ์หลายๆอย่าง แต่อ่านเข้าใจง่าย โดยเฉพาะตอนจบเรื่องที่ผู้เขียนอยากจะให้เก็บเอาไปคิดก็เฉลยออกมาตรงๆ ไม่ต้องไปคิดเอาเองให้มากความ ส่วนนี้ทำให้ทั้งชอบและไม่ชอบ ชอบเพราะเข้าใจง่าย และทุกคนเข้าใจตรงกัน (คิดว่านะ) แต่ไม่ชอบตรงที่ว่า มันรู้สึกจะตรงไปหน่อย ไม่ได้เขียนซ่อนในเนื้อเรื่องให้แนบเนียน (ความเห็นส่วนตัว บางคนอ่้านอาจจะไม่ได้คิดแบบเราก็ได้นะ) 

oOoOoOoOoOoOoOoOoOoOoOoOoOoOoOoOoOoOoOoOoOoOoOoOoOoOoOoOoOoOo

เฮ้อออ ช่วงนี้มีแต่งานกับสอบ T-T 

อยากจะให้จบสิ้นเร็วๆ หลับตาปิ๊งสอบเสร็จปิดเทอม หลับตาอีกปิ๊งเรียนจบรับปริญญา.......

ปล. สำหรับคนที่สอบวัดระดับญี่ปุ่น ได้ข้อมูลมาว่า ผลสอบวัดระดับปี่ที่ผ่านมาออกแล้ว(ทีญี่ปุ่น) ไม่รู้ว่าสนญ.จะให้ไปรับได้เมื่อไหร่ 

 

Comment

Comment:

Tweet

@muangnarak  ไม่น่ากลัวค่ะ ไม่มีเรื่องภูติผีปีศาจปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติ แต่เกี่ยวกับมนุษย์ และปาฏิหาริย์ที่เกิดจากความพยายามของมนุษย์มากกว่า big smile

#6 By JiBi_AI on 2012-12-17 22:01

น่ากลัวมั้ยครับนี่

#5 By เมืองน่ารัก on 2012-12-14 11:56

อยากอ่านของเจบุ๊คนานแล้วอะ แต่ยังไม่มีโอกาสสักที เล่มนี้จะลิสไว้เลยนะ อยากอ่านๆ




______________________________________________
http://www.o2pluz.com/index_board.php บอร์ดโพสผลงานซีจีลองใช้ดูจิคะ

#4 By คาวาอี้&ไอ on 2010-02-06 23:35

จะว่าไป The Ring ซื้อมาก็ยังไม่ได้อ่านเลยแฮะ
ดีที่เธอเตือนนะเนี่ย
/me ไปคุ้ยตู้หนังสือ

#3 By rico on 2010-02-06 23:28

อ๊ะ อ่านแล้ววว!

ปกน่ากลัวจริงๆแหละแต่อ่านเรื่องย่อแล้วอยากซื้อมาลองอ่านดู
ปรากฏว่าชอบมาก cry

ชอบพาร์ทบนเรือหาปลามากเลย
ดูหนักหนาสาหัสดี อ่านแล้วเครียดสะใจ open-mounthed smile

#2 By ::Materia Hunter:: on 2010-02-06 23:04

PinG~ เหมือนกันเลยครับ พักนี้มีแต่งานกับสอบ

#1 By Pl@y-M@Te on 2010-02-06 22:13