เดี๋ยวนี้ใช้ดินสอเยอะมาก.........

  ซื้อมาแล้วไม่ใช้ก็เสียดาย แถมเวลาเขียนนานๆแล้วเมื่อยมือ พอเปลี่ยนดินสอสลับไปมาจะช่วยใ้ห้ปวดมือได้น้อยลง(นิดนึง) ว่าจะมารีวิวโชว์นานแล้ว ได้เวลาแปะซะที

 

 (อย่าสนใจฉาก.... มันคือกระดาษที่ฝึกเีขียนตัวอักษร กับแผ่นรองเขียน Galaxy Angel บนโต๊ะคอมรกๆ...) 

แปะรูปแล้วก็มาไล่ดูทีละแท่ง เริ่มจากซ้ายไปขวา

  .

ซ้ายสุด Mitsubishi PURE MALT 0.5mm. (M5-1015)  สี Dark Brown ราคา 1050 เยน (รวมภาษี) 

แท่งนี้ซื้อมาเพราะเห็นปุ๊บปิ๊งปั๊บ เป็นคนชอบงานไม้อยู่แล้ว ดูธรรมชาติ สวยดี ซีรีย์นี้ออกช่วงที่เราไปญี่ปุ่นพอดีๆ (เพราะตอนแรกๆไปไม่เห็น มาเห็นตอนวันท้ายๆแล้ว)

คุณสมบัติตามที่โฆษณา เขาบอกว่า รุ่นนี้ทำจากไม้โอ๊ค ที่เป็นถังหมักไวน์ (แล้วทำไมถึงเป็น malt ยังข้องใจอยู่เหมือนกัน....) ถ้าไม่ใช่ว่าคิดไปเอง(เพราะคนอื่นก็บอกว่ารู้สึกนิดหน่อยเหมือนกัน) บางทีเขียนๆแล้วรู้สึกว่าได้กลิ่นไม้จางๆ (จางมากๆ....) 

ตัวดินสอเป็นไม้สีเข้ม ขัดและเคลือบ (แต่ไม่เงาปิ๊งวับ) เห็นลายไม้ชัดเจนมาก ส่วนที่เป็นโลหะ เป็นสีกึ่งๆด้าน ไม่เงาปิ๊งเช่นกัน เรื่องความสวยงามแท่งนี้กินขาด ดูหรูหราเกินราคามากๆ

เขียนดีระดับนึง ไส้หักยาก จับค่อนข้างถนัดมือ (เราเป็นคนจับดินสอต่ำมาก เกือบสุดปลายดินสอ) แต่ข้อเสียคือหนัก ยิ่งจับต่ำๆแล้วเขียนกดๆ จะปวดมือเร็วมากเวลาใช้ และด้วยความหนัก ทำให้เขียนลงนิดหน่อย(ความช้าเร็ว จะรู้สึกต่อเมื่อใช้จดเลคเชอร์)

แท่งนี้ชอบใช้เวลาเขียนทั่วไป และเขียนแบบต้องการความสวยงาม เพราะน้ำหนักมาก ทำให้ต้องค่อยๆเขียน 

ตัวดินสอ แต่ละข้อต่อ ล็อกแน่นดี ไม่มีหลวมหลุด ไส้ดินสอแทบไม่เคยตันให้ต้องไขมันแงะ แกะ แคะ ให้วุ่นวาย

โดยรวมชอบมาก ถ้าไม่ติดเรื่องหนัก กับอ้วนไปนิดหน่อย (พอดีว่าเคยชินกับดินสอแท่งผอมๆ) 

.

แท่งสีฟ้า Pilot Dr.Grip 0.5mm. รุ่น MY NEIGHBOR TOTORO  ราคา 1050 เยน (รวมภาษี)

ซื้อมาตอนไป ジブリ美術館 (Gibli Museum) จริงๆคือเล็งๆ Dr.Grip ไว้อยู่แล้วว่าจะซื้อสักแท่งไปลองใช้ พอมาที่นี่เลยซื้อมาเป็นของที่ระลึกซะเลย

มีคุณสมบัติหลักของ DR.Grip อยู่ตามปกติ คือ

  • Grip ที่เป็นยางซิลิโคนนุ่มมาก... นุ่มจริงๆ เขียนแล้วไม่เจ็บนิ้ว นิ้วไม่ด้าน ลองเทียบกับปากกา 10 บาทของ M&G ที่มีอยู่ รู้สึกชัดมากว่าซิลิโคนคนละเกรดกันเลย อันนี้รุ่นหนานุ่มเหนียว (5555555)
  • เขย่าให้ไส้ออกมากได้ ไม่ต้องกด จุดนี้ตอนแรกรู้สึก "แล้วไงล่ะเนี่ย.." ดูไร้สาระมากๆ แต่ไหงพอใช้ไป ติดสุดๆ รู้สึกว่าสะดวกดี จดๆอยู่ก็เขย่าๆ ไส้ออกมาแล้ว ไม่ต้องเสียเวลากด แท่งนี้เลยชอบใช้เ้วลาเขียนอะไรเร็วๆ จดเลกเชอร์ คัดศัพท์ เขียนทั่วไป
  • มีที่ให้ห้อยพวงกุญแจ แต่เนื่องจากไม่มีพวงกุญแจจิ๋วๆที่จะไม่สร้างความรำคาญในการเขียนหนังสือเลยไม่ห้อย
  • ปลอกบริเวณพลาสติกใส สามารถถอดออกมา แล้วใส่กระดาษลวดลายอะไรก็ได้เข้าไปเพื่อเปลี่ยนลายได้ตามใจชอบ

ส่วนที่พิเศษจาก DR.Grip ทั่วๆไป คือ ลายโตโตโร่..... ทั้งชั้นนอก และสกรีนบนพลาสติกใส แค่นั้นแหละ....... แค่นั้นจริงๆ อ้อ มีอีกอย่างก็แพคเกจตอนซื้อจะเป็นลายโตโตโร่ (lol) ผลคือ จาก 525 เยน ก็เป็น 1050 เยน (จิบลิช่างน่ากลัว........ ราคาต่างกันเท่าตัวก็ยังจะล่อลวงให้เราหลงซื้อมาจนได้... ในฐานะของที่ระลึก)

ข้อดีอย่างที่บอก ซิลิโคนนุ่มมือมาก ข้อต่อไม่ค่อยหลวม เขย่าไส้ได้ เขย่าแรงออกมาเยอะ เขย่าเบาๆออกมานิดเดียว เป็นออบชั่นเสริมที่เพิ่มความสะดวกเวลาจดเร็วๆ ไส้ไม่มีอุดตันตั้งแต่ใช้มา (ข้างในช่องใส่ไส้เล็กมาก ต้อเลยใส่ทีละแท่งเท่านั้น) ค่อนข้างประหยัดไส้ ใช้ได้จนเหลือสั้นนิดเดียว

ส่วนข้อเสีย... อ้วนมาก =[]=''' ไม่ถนัดมือสุดๆ เพราะมันอ้วน และซิลิโคนอยู่สูงกว่าตำแหน่งที่เราจะสามารถจับได้อย่างถนัด (อย่างที่บอก เราจับดินสอต่ำกว่ามาตรฐาน) ไม่เจ็บนิ้วก็จริง แต่ปวดข้อมือเวลาใช้นานๆ เพราะไม่ถนัดมือต้องเกร็ง ใครที่ถนัดดินสออ้วนๆ ถือว่าดีมาก ตอนนี้พยายามใช้เรื่อยๆเผื่อจะถนัดขึ้นมา.....

.

สีชมพู Mitsubishi Uni KURU TOGA 0.5mm. สีชมพู (M5-450 1P.13) ราคา 135 บาท (โดยประมาณ)

แท่งนี้....... ตอนมันออกที่ญี่ปุ่นอยากได้มาก ฝากคนซื้อก็หาให้ไม่ได้ TwT จนผ่านไปเป็นปีๆในที่สุดก็เข้าไทย.... ตอนมันเอาเข้ามา ไปเซ็นทรัลลาดพร้าว B2S จัดงานอะไรสักอย่างพอดี เดินไปเจอแทบกรี๊ด แบบว่าอยากลองมาก.... อยากได้สีส้มไม่ก็ฟ้า ดันมีอยู่แค่ชมพู เขียว กับดำ(มั๊ง) เลยหยิบชมพูมา

ตอนซื้อก็งงๆ....... ราคาที่ญี่ปุ่นมัน 450-500 เยน (จำราคาเปิดตัวไม่ได้) มาไทย ขนาด B2S ที่ปกติขายของราคาแสนจะแพง ยังแค่ 135 บาท........  (และมาค้นพบทีหลังว่า... พวกดินสอ made in Japan ทั้งหลายเนี่ย ไทยถูกกว่าญี่ปุ่นทั้งนั้นเลย)

ความพิเศษที่ทำให้เราพยายามแสวงหามันมานานแสนนานคือ.... "มันจะเหลาตัวเองได้" อ่านไม่ผิด มันจะเหลาตัวเอง คือมันจะมีฟันเฟืองอยู่ ทุกครั้งที่เราจรดดินสอลงบนพื้น แล้วยกขึ้น มันจะขยับเฟืองเล็กๆ หมุนไส้ไปเรื่อยๆ ผลคือ เส้นจะคม บาง ไส้ไม่หักง่าย และเราไม่ต้องคอยจับดินสอหมุนไปมาให้เสียเวลา

สำหรับผู้สนใจ ปัจจุบันมีขายในไทย หาซื้อได้ตาม B2S ส่วนรุ่นใหม่ที่เป็นเกรดพรีเมี่ยมไม่แน่ใจว่าเข้าไทยรึยัง เพราะราคาสูงพอสมควร...... คือรุ่นที่เห็นในรูปเป็นพลาสติกก๋องแก๋งมาก..... สีลอกได้ด้วย ตรงหัวดินสอเงินๆยังเป็นพลาสติกพ่นสีเลย =A='' เรียกว่าวัสดุกระจอกสุดๆ (ฮา) 

ข้อดีก็ตามที่่บอก เส้นคม เวลาคัดคันจิตัวเล็กๆจะเวิร์คมาก แต่มันเหมาะกับตัวอักษรของญี่ปุ่นที่เส้นมันขาดๆจากกัน คันจิตัวนึงเขียนเส้นนึงยกดินสอทีนึง พอเขียนเป็นภาษาไทยหรืออังกฤษยาวเป็นพรืดๆ ไม่ค่อยยกดินสอ ผลคือมันก็ไม่ค่อยหมุน และเอนจินของมันก็ไร้ประโยชน์..... ดีไม่ดี แต่ละเส้นยาวไม่เท่ากัน มันหมุนออกมาแล้วไม่สมดุลย์ แย่หนักกว่าเดิม เพราะคราวนี้ ต่อให้เราหมุนมือด้วยตัวเองเหมือนเวลาใช้ดินสอกดทั่วไป มันก็จะหมุนไส้ต่อไปเรื่อยๆเอง (ฟังดูเฟลชอบกล)

ข้อเสียอีกข้อก็คือ... เพราะเอนจินนี้ ทำให้เวลาเขียน มันจะไม่สมูธ คือทุกครั้งที่เขียน หัวดินสอมันจะขยับขึ้นลงเล็กน้อย สร้างความรำคาญ..... สรุปว่าซื้อมาใช้เขียนญี่ปุ่นอย่างเดียว จดเล็กเชอร์หรือเขียนภาษาไทยไม่ไหวจริงๆ วาดรูปนี่ไม่ต้องคิดเลย ไม่ได้แน่ๆ.... ปัจจุบันไม่ค่อยได้ใช้แล้ว เพราะ PURE MALT ถึงมันจะไม่หมุน แ่ต่มันควบคุมเส้นได้ดีระดับนึง

.

สุดท้าย สีเงินๆ รุ่นยอดฮิต Pentel  Graphgear 500 0.7 (PG 517) ราคาประมาณ 115-150 บาท

อันนี้เป็นแท่งที่สองสำหรับรุ่นนี้ เพราะแท่งแรกหายไปตอนขึ้นปีหนึ่งใหม่ๆ

ราคาปานกลาง คุณภาพโอเค ขนาดเหมาะมือ น้ำหนักกำลังดีไมหนักเกินไปและไม่เบาเกินไป ชอบใช้วาดรูป (เพราะเป็น 0.7 วาดเส้นหนาบางได้สะดวกดี) และชอบใช้ฝนข้อสอบ(55555) 0.7 ฝนสบายกว่า 0.5 มากๆ

คือเมื่อก่อนเรามือหนักกว่าตอนนี้อีก..... ใช้ 0.5 แล้วไส้หักตลอด เลยเปลี่ยนมาใช้ 0.7 แทน แล้วก็ชอบทำดินสอตกจนข้อต่อหักบ่อยๆ เลยใช้เป็นแบบโลหะจะได้ทนๆ... แท่งนึงใช้จนกว่าจะหาย (มักจะหายตอนเปลี่ยนที่เรียน... ม.1 ม.4 ปี1)

ข้อต่อมีหลวมบ้าง เวลาจะใช้ต้องมาหมุนๆใ้ห้มันแน่นซะหน่อยก่อน

ข้อดี ราคาเหมาะสม วัสดุคุณภาพดี ถนัดมือระดับนึง สวยงามระดับนึง ทนมือทนเท้าสุดๆ 

ข้อเสียคือ เปลืองไส้ เหลือประมาณนิ้วสองนิ้วก็ต้องทิ้งแล้ว มันเขียนไม่ได้เพราะหัวมันยาว และก็หัวมันจะยาวๆ... (ดูตามรูป) ทำให้จับต่ำๆไม่ได้เลย แต่สำหรับกราฟเกียร์จับสูงหน่อยก็พอเขียนได้ไม่รู้สึกลำบากอะไร ถือว่าออกแบบมาถนัดมือแล้วกัน 

.

นอกจากนี้จริงๆแล้วมีอีกแท่งนึง ดินสอกดพลาสติก 0.5 ธรรมด๊า ธรรมดา ตอนนั้นมีกราฟเกียร์แท่งเดียว กำลังอยากได้ 0.5 ถูกๆมาใช้ซักแท่ง เดินอิเซตันเจอมันลดราคาเหลือ 15 บาท (อ่านไม่ผิด 15 บาท... เพราะไส้มันตัน เลยโดนโละทิ้ง) ยี่ห้อ...... อะไรซักอย่างของญี่ปุ่นตัวอักษรเลือนหมดแล้ว  ปรากฎว่าเขียนดีมาก ขนาดมันกำลังดี ผอมๆหน่อย สีชมพู เบาๆ เอาไว้ใช้จดเวลาเรียน แต่ใช้ๆไป ปลอกหุ้มยางลบด้านบนมันแตก... แล้วพี่ชายยืมไปใช้ทำยางลบหาย มันเลยเหลือกรอบพลาสติกแข็งๆ กดลำบาก แถมเจ็บมืออีกต่างหาก ปัจจุบันก็กองๆไว้ในกล่องใส่ดินสอเผื่อใ้ช้สำรอง

.

ก็สรุปว่า............. ดินสอกดแล้วแต่ความชอบ ความถนัดของแ่ต่ละคน ไม่เกี่ยวกับราคาใดๆทั้งสิ้น ใครชอบแบบไหน ถนัดแบบไหน เลือกตามความชอบของตัวเอง และราคาที่สมเหตุสมผลกับคุณภาพก็พอค่ะ

.

ปล. เราไม่ชอบ Rotting เพราะเข็มมันยาว จับต่ำๆไม่ได้ และไส้ดินสออุดตันง่ายมากกกกกกก เพราะยางตรงปลายมันหลุดง่าย น่ารำคาญ....

ปล2. แบรนด์ที่อยากลองแต่ไม่ได้ลองซะทีคือ Zebra (จริงๆเคยเอาของเพื่อนมาลองเขียน แต่เป็นรุ่นมาตรฐานจนบอกอะไรไม่ได้) และ Lamy (ใครไม่รู้จักไปดูดินสอที่ริตสึใน K-on ใช้ซะ) 

Comment

Comment:

Tweet

ว่างมาคุยกันนะครับ
Www.facebook.com/pencil2pen

#19 By คนสะสมดินสอกดและปากกา (110.169.49.57|110.169.49.57) on 2015-06-17 00:31

ว่างมาคุยกันนะครับ
Www.facebook.com/pencil2pen

#18 By คนสะสมดินสอกดและปากกา (110.169.49.57|110.169.49.57) on 2015-06-17 00:30

ว่างมาคุยกันนะครับ
Www.facebook.com/pencil2pen

#17 By คนสะสมดินสอกดและปากกา (110.169.49.57|110.169.49.57) on 2015-06-17 00:30

ว่างมาคุยกันนะครับ
Www.facebook.com/pencil2pen

#16 By คนสะสมดินสอกดและปากกา (110.169.49.57|110.169.49.57) on 2015-06-17 00:29

ว่างมาคุยกันนะครับ
Www.facebook.com/pencil2pen

#15 By คนสะสมดินสอกดและปากกา (110.169.49.57|110.169.49.57) on 2015-06-17 00:29

ตอนแรกๆก็ใช้rottingพอผมเรียนเขียนแบบเทคนิกเบื้องต้นเท่านั้นแหละผมรู้ตัวทันทีว่าrottingมันไม่พอสำหรับผม...เลยใช้pentel graphgear 500 0.3หนึ่งแท่งแล้วก็pyramid drafter 0.5รู้สึกเสียตังกับวิชานี้มากมายsad smile sad smile sad smile

#14 By komkrit2997 (103.7.57.18|171.96.27.221) on 2012-11-11 22:12

อ่า เมื่อ ก่ อ น เ ร า ก็ บ้ า ดิ น ส อ ก ด อ่ า ซื้ เ ป็ น โ ห ร เ ล ย น ะ แ ต่ ก็ ห า ย ห ม ด เ ล ย อ่ า เ ร า ก็ น ยั ง ใ ช้ เ ขี ย น

เ รี ย น อ ยุ่ อ่ า ค่ ะ





sad smile

#13 By เมย์ (180.180.228.172) on 2011-01-09 18:29

ครับ เอาไว้ว่างๆละกันครับconfused smile
ถ้ามีข้อมูลเพิ่มเติม ผมก็จะมาเพิ่มไว้ที่นี่ละกันครับ

ขอบคุณค้าบ

#12 By BLAXZ (125.25.233.205) on 2010-07-18 22:56

อ่าวก็ว่าชื่อคุ้นๆ
คนเดียวกับในเว็ป @i-chin สินะคะ
เรื่องนี้ขอแปะไว้ก่อน มีเวลาว่างเมื่อไหร่จะไปไล่หาอ่านดูค่ะ
แต่ที่อ่านผ่านตามาคือเห็นคนญี่ปุ่นเองก็เถียงกันอยู่....

#11 By JiBi_AI on 2010-07-18 19:43

โห ข้อมูลแน่นมาก ขอบคุณคับ


ต้องขอโทษด้วยครับผมไม่มีบล็อก เสิร์ชในกูเกิ้ลมาเจอที่นี่ครับ
ขออณุญาตคุยที่นี่ละกันครับ

บังเอิญเข้าไปในเว็บ mitsubishi.com อ่ะคับ
http://www.mitsubishi.com/e/group/about.html
แล้วคลิกอ่านไปเรื่อยๆ เจอที่หน้า FAQ (นี่แสดงว่ามีคนถามไปเยอะจิงๆ ^^)
เค้าก็บอกว่าไม่เกี่ยวกัน บอกว่า They have a completely different origin
แล้วโบ้ยให้ไปถามบริษัท uni พอไปดูที่ uni ก็ไม่มีประวัติอะไรเลย ^^"


ก็เลยยิ่งสงสัยว่าทำไมต่างฝ่ายต่างตอบไม่เคลียร์
ก็น่าจะเป็นไปได้ว่า อาจเคยอยู่ในเครือมิตซูบิชิมาก่อน
แล้วมีปัญหากัน ยังงัยฝากคุณ jibi_AI ช่วยสืบสวนต่อนะครับ
อยากรู้ตอนจบจริงๆ^^

ขอบคุณสำหรับคำตอบครับ ข้อมูลแน่นมาก



ปล. เพิ่งรู้ว่า nikon เป็นบริษัทในเครือ Mitsubishi
ปล.2 เพิ่งเห็นชื่อครับ ใช่คนเดียวกะที่เว็บ aichin รึเปล่า ^^" (โลกมันกลมเนอะ)

ขอบคุณอีกครั้งครับ

#10 By BLAXZ (125.25.72.148) on 2010-07-18 09:50

ตอบ คุณ BLAXZ ค่ะ
ไม่มีลิงค์ไว้ ไม่ทราบว่าจะตอบที่ไหนขอตอบที่นี่ไว้ก่อนนะคะ
เคยอ่านประวัติมาจากหนังสือ
http://www.nanmeebooks.com/book/online_cat1_detail.php?bid=1633&isbn=9601-25-9
แต่ว่าไม่มีเล่มนี้อยู่ที่บ้าน จึงจำรายละเอียดไม่ค่อยได้แล้ว

mitsubishi เป็นบริษัทที่ก่อตั้งขึ้นมาตอนแรก ส่วน uni เนี่ยเพิ่งจะมาทีหลังค่ะ ปัจจุบันเป็นบริษัท UNI mitsubishi pencil และโลโก้เป็นคำว่า UNI สีแดง

ส่วนเรื่องโลโก้ เราก็เคยสงสัยอยู่เหมือนกันค่ะ (ปัจจุบันก็ยังสงสัยอยู่)
คร่าวๆก็คือ คนก่อตั้งคนละคนกันค่ะ เ็ป็นคนละบริษัท ไม่ใช่เครือเดียวกัน
ส่วนตรามิตสึบิชิ เคยสงสัยเหมือนกันค่ะ และลองอ่านๆของญี่ปุ่นดู ปรากฎว่าคนญี่ปุ่นก็ยังเถียงๆกันอยู่... ไม่มีใครรู้แน่ชัด แต่ที่แน่ๆอย่างหนึ่งก็คือ
ดินสอมิดสึบิชิ บริษัทเครื่องเขียน และโลโก้ของ Mitsubishi-enpitsu(เดินสอ) มีมาก่อนบริษัทรถยนตร์/เึครื่องใช้ไฟฟ้าค่ะ

อ่านในเว็ปญี่ปุ่น มีคนออกมาบอกว่า จริงๆแล้วคนก่อตั้งมาจากตระกูลสายเดียวกัน (อย่างที่รู้กันว่า ตราบริษัทนี้ดัดแปลงมาจากตราประจำตระกูล) และบ้างก็ว่าสมัยก่อตั้งยังรู้ัจักกันอยู่ แต่ปัจจุบันนี้ทั้งสองฝ่ายต่างยืนยันว่าไม่ใช่ญาติกันแล้ว.... (ตระูกูลคงจะแตกกระจายกันไปเยอะมากจนลำดับไม่ถูกแล้วล่ะ) และไม่มีความเกี่ยวข้องกัน
ส่วนเรื่องที่ว่าใช้ตราซ้ำกันนั้น... ซ้ำกันจริงๆ และได้รับอนุญาตมาอย่างถูกต้องเสียด้วย

รายละเอียด ถ้ามีเวลาว่างจะลองอ่านๆตามเว็ปแล้วเอามาแปลสรุปลงบล็อกให้นะคะ

#9 By JiBi_AI on 2010-07-18 01:15


สวัสดีครับ

กำลังหาว่าดินสอมิตซูบิชินี่มีประวัติยังไง
เพราะตอนแรกเข้าใจว่าเป็นของ mitsubishi
แต่เค้าออกมาปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้องกัน
บอกเป็นของบริษัท uni


ที่สงสัยคือ

ทำไมที่ตัวดินสอจึงใช้ตราโลโก้ three diamonds ได้อ่ะครับ ไม่ติดลิขสิทธิ์เหรอครับ
(แต่ที่สังเกตุตรงคำว่ามิตซูบิชิเขียนเป็น MITSU-BISHI)

ใครเป็นแฟนพันธ์แท้เครื่องเขียนช่วยหน่อยครับ
ขอบคุณค้าบบbig smile

#8 By BLAXZ (125.25.13.33) on 2010-07-17 07:26

โหยจิ๊บข้อมูลแน่นมาก เป๊ะจริง
เพิ่งรู้ว่าดินสอกดที่จิ๊บใช้แต่ละแท่งมันไม่ธรรมดานะเนี่ย *0*
แต่ไงก็ชอบแท่งที่ทำจากไม้อันนั้นสุดๆเลย ฮี่ๆ

#7 By som-som on 2010-03-15 13:53

ห๊ะ

นี่ปักหลักอยู่ญี่ปุ่นแล้วรึนั่น

เห็น Pentel Graphgear แล้วช้ำใจ

ชอบมากมาย เพื่อนยืมไปแล้วไม่คืน

#6 By LordBew on 2010-03-09 18:00

PinG~ ร้อตติ้งไส้ตันง่ายๆจริงๆแหละครับ ต้องมานั่งแคะบ่อยๆ sad smile

เดี๋ยวผมลองซื้อพวกนี้มาใช้ดีกว่า เพราะท่าทางต้องปลุกปล้ำกับภาษาจีนอีกนาน sad smile

#5 By Pl@y-M@Te on 2010-03-09 06:31

ใช่ ๆ rotting ยางหลุดบ่อยจนน่ารำคาน
อยากลอง Lamy เหมือนกันbig smile

#4 By P a W a N (* w *)♥ on 2010-03-08 20:03

ลายมือสวยนะครับ

#3 By raycircle on 2010-03-08 19:49

เรายังใช้แค่ดินสอไม้ธรรมดาเองเวาวาดรูป...
ดินสอกดใช้Rotting (เห็นด้วยว่าอุดตันง่ายมากๆแต่ว่าอรตอนซื้อมันอยากซื้อไม่รู้ทำไม...)ค่ะ
บ้างที่ใช้ของ M&G รูปลักษณ์มันสวยราคาถูกดีเลยชื่อมาใช้ ราคาไม่เคยสูงเกิน 100 บาททุกแท่ง(ฮา)

อ่านแล้วเหมือนจขบ.เป็นผู้รู้เรื่องดินสอกดเลยอ่าา
แบบว่ารู้จักแต่ เพนเทล,m&g,rotting แค่นั้นเอง

#2 By Chochou on 2010-03-08 17:07

ตอนเด็กๆ เคยชอบ rotting รุ่นผอมมาก ซื้อใช้ 5 อันเลยทีเดียว (เนื่องจากทำหายไป 4 อัน) จนมันออกรุ่นใหม่มาที่แบบอ้วนหน่อยตรงส่วนเหน็บกระเป๋าก็ดูโง่ๆแบนๆบางๆ ก็ไม่ได้ซื้อมาใช้อีกเลย
เพราะหลังจากนั้นเป็นต้นมาพิมพ์คอมตลอด lol :)

#1 By rico on 2010-03-08 17:00