มือถือเดี๋ยวนี้พัฒนาจนเริ่มไม่ต่างจากคอมพิวเตอร์เครื่องย่อมๆไปซะแล้ว (ขณะเดียวกัน เน็ตบุ๊คก็พัฒนาจนไม่ต่างจากโน้ตบุ๊คด้วยเช่นกัน) Smart Phone  และเกือบๆสมาร์ทโฟนทั้งหลายออกมาหลายรูปแบบหลายราคาหลายระบบให้เลือกใช้กันตามชอบ

 

ประเด็นที่รู้สึกคือ........ เดี๋ยวนี้คนเราเริ่มรับรู้อย่างอื่นน้อยลงไปเพราะมือถือพวกนี้รึเปล่า? พึ่งพามันมากเกินไปรึเปล่า?

 

ในชั่วโมงเรียนวิชาหนึ่ง.... เป็นวิชาว่าด้วยความคิดสร้างสรรค์ เรียนอะไรหลากหลาย ตอนที่เรียนเกี่ยวกับการคิด พี่วิทยากรถามเกี่ยวกับแนวคิดหนึ่งของพระพุทธเจ้า ให้คำใบ้ว่า "ความรู้ ใบไม้ กำมือ" แต่ก็ไม่มีใครตอบได้.... ในที่สุดเขาก็บอกว่า เพื่อเป็นการฝึกคิด ให้ลองเดาดู ตอบประโยคอะไรก็ได้ที่มี 3 คำนี้อยู่ออกมา

คือ... เป็นวิชาที่ไม่เครียดเลยจริงๆ ตอบไม่ได้เขาก็ไม่ได้ว่าอะไร แค่อยากจะให้ช่วยกันออกความคิด... โดยปกติแล้วถ้าถูกเรียกแล้วตอบไม่ได้ ก็บอกไปว่าไม่ทราบ หรือตอบอะไรไปก็ได้

 

แต่…!!!!

 

พูดแบบนี้อาจจะฟังดูเหมือนเราตกยุค

เราไม่คิดเลยจริงๆ........... ว่าพอถูกยืนแล้วสิ่งที่เขาทำคือ...

 

หยิบมือถือออกมาและเสิร์ชในกูเกิล!!!!!!!!!!!

 

แล้วก็หยิบมือถือมาอ่านตอบ... โดยที่อ่านติดๆขัดๆ และคนตอบก็ไม่ได้เข้าใจข้อความนั้นเลย ให้อธิบายก็อธิบายไม่ได้ = =)''

 

คิดในแง่หนึ่ง ก็ดีนะ ผู้เรียนรู้จักใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์

แต่ลองคิดอีกแง่.... นี่เป็นวิชาฝึกความคิด ถ้าพี่งเทคโนโลยีขนาดนี้ ก็ไม่ต้องคิดอะไรกันแล้ว

 

ตอนนั้น มือถือเรามันก็เปิดกูเกิลได้..... แต่สาบานเลยจริงๆว่า ณ เวลานั้น ไม่มีความคิดว่า "ตอบไม่ได้ก็ถามกูเกิลสิ" อยู่ในหัวเลยจริงๆนะ แต่ก็พยายามคิดไปเรื่อยๆ ปรึกษาเพื่อนที่นั่งด้วยกันว่าแนวคิดอะไรที่จะตรงกับคีย์เวิร์ดนั้นได้บ้าง... สรุปว่าเรื่องที่คิดกับเพื่อนก็ตรงกับคำเฉลยเป๊ะๆ ส่วนคนที่อ่านกูเกิลตอบ ก็อ่านแบบผิดๆถูกๆโดยที่ไม่ได้เข้าใจเลยด้วยซ้ำ....

 

ในความคิดของเรา internet เป็นช่องทางหาข้อมูล ความรู้ เพื่อนำไปพัฒนาทักษะและความคิด... ความจำมันลืมกันได้ แต่ความเข้าใจกับความคิดเนี่ยมันเกิดจากการฝึกฝน แต่ถ้าใช้เทคโนโลยีแบบนี้ จะเรียกว่าใช้ในทางที่ผิดรึเปล่า เหมือนไม่ได้ใช้ แต่พึ่งพามากเกินไปจนลืมที่จะพึ่งสมองของตัวเองก่อน

 

เท่านั้นยังไม่พอ การใช้แบบไม่ลืมหูลืมตาเนี่ย.... เพลาๆลงบ้างเถอะ

ก่อนหน้านี้อ่านบทความหนึ่งที่ตรงใจมากเป็นภาษาญี่ปุ่น... ว่า Communication ในปัจจุบัน เป็นทั้ง communication และ discommunication ด้วย

 

ยกตัวอย่างให้เห็นกันง่ายๆ.... เดี๋ยวนี้คนเราคุยกับคนในมือถือมากกว่าคนที่เจอหน้ากัน แต่เรื่องนี้ ส่วนหนึ่งเราก็คิดว่า เพื่อนที่เจอกันเพราะสถานการณ์บังคับ (เช่นนักเรียนโดนจับให้เรียนห้องเดียวกัน) กับเพื่อนที่เราเลือกเองตามความชอบและรสนิยมที่ตรงกัน จับกลุ่มสมาคมกัน ก็คงไม่แปลกที่เราจะสนิทกับเพื่อนกลุ่มหลังมากกว่าล่ะมั๊ง

 

discommunity ที่เป็นปัญหาอย่างมาก(ในความคิดของเรา) คือการที่เราปิดกั้นตัวเองไม่รับรู้โลกภายนอกโทรศัพท์มือถือแสนฉลาดที่อยู่ในมือต่างหาก

 

เราเคยขึ้นลิฟต์เจอคนกลุ่มหนึ่งมาด้วยกัน... เราขอเรียกพวกเขาว่าบีบีเรนเจอร์ (เพราะถือ bb 5 เครื่อง ใส่เคส 5 สี สดใสสุดๆ) ทุกคนเดินขึ้นลิฟต์ แล้วก้มหน้าลงพิมพ์+อ่านโทรศัพท์...... ที่สงสัยที่สุดคือ เป็นเพื่อนกัน มาด้วยกัน ต้องคุยกันผ่าน bb ด้วยเหรอ? หรือว่านั่นคุยกับคนอื่น ถ้าอย่างนั้นแล้วคนที่อยู่ด้วยล่ะ? คำถามมากมายเกิดขึ้นในหัว... ยังหาคำตอบไม่ได้

 

บีบีเรนเจอร์ ยังไม่สร้างปัญหาชวนปวดตับได้เท่าอีกกลุ่ม.... พวกไม่สนใจอะไรเลยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

ครั้งก่อนตอนไปซื้อผ้าที่พาหุรัด... กรุณาจินตนาการ ทางเดินแคบๆ มีร้านค้าอยู่ซ้ายขวาหน้าหลัง เดินลำบากมากๆ.... ผู้หญิงคนข้างหน้าเรา สะพายกระเป๋าใบใหญ่มากกกกกกกกก คาดว่าคงซื้อผ้าแล้วใส่ในกระเป๋า เดินนำหน้าเราไป

สักพักนึง เธอก็คว้าโทรศัพท์ที่ห้อยคออยู่มากด ส่งข้อความ!!!!!!!!!

กระเป๋าใบใหญ่ๆนั้น ปาดซ้าย ปาดขวา ชนเรา และชนร้านค้ารอบข้าง แต่เธอก็ยังคงกดมือถือของเธอต่อไปอย่างมีความสุข....

มีความจำเป็นขนาดนั้นเลยหรือที่จะต้องส่งข้อความอะไรกันตอนอยู่ในซอยแคบๆและมีคนเดินตามหลังเยอะแยะมากมายแบบนั้น? และถ้ามีความจำเป็นจริงๆ โทรศัพท์มีไว้โทรค่ะ โทรดีกว่าไหม?

จริงๆแล้วไม่ใช่ว่าเธอไม่สนใจคนอื่นหรอกนะ แต่ไม่รับรู้เลยมากกว่า ไม่รับรู้โลกภายนอก เพราะโลกภายในของเธอคือตัวเธอ ส่วนโลกภายนอกของเธอคือโทรศัพท์ นอกเหนือกว่านี้เธอคงไม่รับรู้อะไรแล้วล่ะ....

 

บางทีเราเป็นนะ อันนี้ขอยอมรับ เรื่องพิมพ์ข้อความตอนเดินเนี่ย คือไม่อยากจะเสียเวลาหยุด แต่ระหว่างพิมพ์ก็พยายามเงยหน้า มองเส้นทางเดิน มองรอบตัวอยู่เรื่อยๆ ถ้าเห็นคนเยอะๆก็จะหยุดพิมพ์แล้วเดินๆไปก่อน หรือไม่ก็หยุดเดินให้คนอื่นเดินไปก่อน

 

แถมอีกนิด

- อารยธรรมมนุษย์ยุคเริ่มต้น ทำทุกอย่างเพื่อดำรงชีวิต

- ต่อมา "คิด" และ "ถกเถียง" เพื่อหาคำตอบ

- มนุษย์ยุคต่อมา พิสูจน์คำสอนเพื่อหาความจริง

- มนุษย์ตอนนี้หาความจริงจาก google โดนไม่ผ่านกระบวนการคิด ? 

 

 

.

.

.

 

ไม่มีอะไร เขียนขึ้นมาเพราะอยากจะเขียนจริงๆ... และยอมรับว่า เราก็เป็นอีกหนึ่่งคนที่ค่อนข้างยึดติดกับโลกอินเตอร์เน็ตมาก พึ่งพาเทคโนโลยีไม่น้อย แต่เหตุการณ์ที่เอามาเล่า อยู่เหนือสามัญสำนึกว่ามันจะเกิดขึ้นจริงๆ... แ่ต่มันก็เกิดไปแล้ว... 

เหตุการณ์ที่ำทำให้อยากจะเอาเรื่องนี้มาอัพบล็อกก็เริ่มจากที่ กูเกิลหาคำตอบกันตอนเรียนนั่นล่ะ... ทำให้รู้สึกขึ้นมาว่า "เดี๋ยวนี้มันขนาดนี้แ้ล้วหรือนี่" 

 อ่านแล้วคิดยังไงกัน ช่วยแสดงความคิดเห็นซะหน่อยนะคะ 

Comment

Comment:

Tweet

อย่างดีและน่าสนใจ! ฉันอยู่ในความกลัว!

#15 By Custom essay (78.31.178.242) on 2010-12-08 05:10

ก็นะ เทคโนโลยีมีทั้งข้อดีและข้อเสียต้องใช้ให้เป็น (เราใช้ไอ้พวกนี้ไม่เป็นเพื่อนมันก็เรียกเราว่าหลังเขา = = '') ทั้งๆที่ความจริงเราเกิดมามีสมองใช้ให้เกิดความคิดในการดำนินชีวิต แต่มนุษย์
ยุคนี้สมองน่ะมีไว้ทำอะไร sad smile

#14 By Nebula ꒰✩'ω`ૢ✩꒱ on 2010-10-21 18:51

ใช้อากู๋หาคำตอบในห้องเรียน สำหรับเราเราว่ามันเกินไปค่ะ

เราคิดว่าถ้าเป็นเรื่องของความคิดเห็นหรือเช่นว่าให้ลองเดาคำตอบมันเป็นอิสระ การตอบผิดไปจากข้อเท็จจริงมันก็ไม่เป็นไรเพราะมันเป็นแค่การถามความคิดเห็น แต่บางคนก็ดูจะยิดติดมั้งคะว่าในเมื่อจะตอบ เขาต้องการตอบคำตอบที่"ถูกต้อง"ตามข้อเท็จจริง อาจจะเพื่อคะแนนหรือเพื่อว่าจะได้ดูไม่ปล่อยไก่เพราะกลัวว่าคำตอบตามความคิดเห็นของตนจะผิด คิดดูอีกทีมันอาจมองได้ว่าคนบางคนเดี๋ยวนี้ขาดความมั่นใจไปและไม่มั่นใจในแสดงความคิดเห็นไปแล้วมั้งคะ เลยไม่คิดจะเป็นฝ่ายคิด คิดแต่จะรับอย่างเดียว

ส่วนเรื่องบีบีนี่เพื่อในกลุ่มเราไม่ค่อยมีคนใช้ค่ะ คนที่ใช้ส่วนมากถ้าจะติดต่ออะไรส่งมักจะส่งเมลไม่ก็โทรหากันไปเลยมากกว่า แต่ก็เคยเจอพวกใช้บีบีแบบก้มหน้าก้มตาไม่สนใครเหมือนกันบนรถไฟฟ้า ยืนพิงเสาอีกต่างหาก คนยืนจะกาะเสาก็เกาะไม่ได้ บอกไปก็เฉย กับบางทีดูหนังแล้วเจอแสงจากบีบีนี่มันก็น่ารำคาญเหมือนกันค่ะ

#13 By dowwy on 2010-08-15 21:06

ชอบเอนทรีนี้มากๆถูกใจๆ

คนตอบควิซนั่นเอิ่มได้อีก
คนในพาหุรัดนี่ก็ช่างน่า...

เอาดรากอนบอลไปซักล้านดวงเลย
Hot! Hot! Hot! ...

#12 By som-som on 2010-08-11 15:48

นึกถึงบทความที่อาจารย์เคยเอามาให้อ่านในคาบ use thai langเลยค่ะ
อันนั้นแค่เรื่องมือถือนะ
แต่สมัยนี้มันก็ก้าวไปไกลกว่านั้นแล้ว และรู้สึกไม่ค่อยดีกับบีบีนะ

และก็ดีใจมากๆ ที่เพื่อนๆกลุ่มเราแทบไม่ใช้บีบีกันเลย (ก็ใช้วิธีเล่นFBในห้องคอมเอา 55)

#11 By MaiKo ChiRarA on 2010-08-08 20:22

ถ้าผมทำงานอยู่หน้าจออยู่แล้วจะหาคำตอบก็คงใช้ google นะ แต่ยังไม่เคยถึงขั้นใช้ google ในห้องเรียน

ที่จริงอยู่ในห้องเรียนแล้วเปิด google หาคำตอบนี่ผมว่าก็ยัง ok อย่างน้อยก็ถือว่ายังคิดวิธีหาคำตอบ แต่นั่นคือต้องเปิดหาก่อนก่อนโดนเรียก

นี่โดนเรียกแล้วค่อยเปิด หมายความว่าถ้าไม่โดนเรียกก็คงไม่เปิดและไม่คิดอะไรเลย รอนั่งฟังเฉลยอย่างเดียว ?

#10 By SRP on 2010-08-08 16:41

ตอบแป้ง..... มันไม่เชิงแค้นอ่ะ แ่ต่ออกแนวฝังใจมากกว่า แบบอะไรของมันฟระ ไร้งี้

แต่เรื่องเอามือถือหาคำตอบเวลามีควิซนี่......... no comment จริงๆ แย่ได้อีก...... นอกจากไม่มีสมองแล้วยังไม่มีจิตสำนึก

#9 By JiBi_AI on 2010-08-08 14:35

แกดูแค้นเหตุการณ์ที่พาหุรัตมาเลยนะ...
คือ บีบีเรนเจอร์เนี่ย มันจะไม่เป็นอะไรมากหรอก ถ้าเค้าใ้ช้แบบพอดีๆ พอก้มหน้าก้มตากดทั้งวัน :0

แต่อีหยิบกูเกิ้ลมาตอบเนี่ยนะ...
เคยเจอตอนอาจารย์ให้ทำควิซ มีเพื่อนหยิบบีบีมาเปิดกุเกิ้ล
ควิซวิชานั้นเค้าได้คะแนนมากสุด เค้าภูมิใจไม๊?
เป็นเรา ไม่มีทาง... มันมาจากมือถือ ไม่ได้มาจากสมองตัวเอง :<

#8 By [ Farine ] on 2010-08-08 13:38

สิ้นหวังแล้ว orz

#7 By -=[MAD]=- on 2010-08-08 11:13

คงโดนใครหลายคนนะ

แต่เราไม่รู้โชคดีหรือโชคร้ายที่เป็นคนไม่ค่อนเข้าสังคม

ไอ้เรื่องติดต่อมนุษย์ผ่านไซเบอร์เลยไม่ค่อยมีเท่าไร่

บีบีก็เลยไม่ได้ซื้อเพราะไม่รู้จะเอาไปคุยกะใคร 55+

#6 By DinDin on 2010-08-08 10:34

ใช้สมองในแง่ไหนมากกว่า

ฉลาดนะ แต่น้อยไปนิด
ขี้เกียจคิดมันก็ฝ่อหมดสิสมองอะ

(ถ้าเม้นแล้วงง ขอโทษด้วย)

#5 By TooTooN on 2010-08-08 03:44

พี่ชอบ entry นี้นะครับ
อะไรที่มันมากเกินไปมันไม่ดีหรอก....
เรื่องที่ท่านน้องกล่าว พี่เห็นด้วยนะครับ....
เทคโนโลยี มันทำให้เข้าถึงข้อมูลได้เร็วขึ้น สำหรับผู้ที่หาข้อมูลมาต่อยอด
แต่ พี่ก็เห็นเด็กสมัยนี้[ช่วง ม.ต้น-ม.ปลาย]ใช้ก็เข้าถึงข้อมูลแบบไม่คิด..Copy->แปะ..
ไร้ค่า!!!
-*-.
การได้เจอผู้คนสำหรับพี่ พี่ว่ามันเป็นเวลาที่มีค่า....มากกว่าคุยกันผ่านโลก Cyber
อักษรไม่มีเสียง...อักษร โกหกได้ง่ายกว่า เสียง....
แล้วเวลาที่เราได้เจอผู้คน จะหยิบมือถือมาเคยเพื่ออันใดละ[นอกจากคุยการงานก็อกเรื่องนะ]
.
.
ว่าด้วย BB เป็นระบบที่ดีมาก ดีจนน่ากลัว... ในการใช้งานในการทำงานจริงมันมีประสิทธิภาพมากๆ
แต่ถ้าใช้ในเรื่องคุยกันตลอดเวลา...มันไม่ไหว..
อย่างที่ท่านน้องกล่าว..

จริงๆแล้วไม่ใช่ว่าเธอไม่สนใจคนอื่นหรอกนะ แต่ไม่รับรู้เลยมากกว่า ไม่รับรู้โลกภายนอก เพราะโลกภายในของเธอคือตัวเธอ ส่วนโลกภายนอกของเธอคือโทรศัพท์ นอกเหนือกว่านี้เธอคงไม่รับรู้อะไรแล้วล่ะ...

ชอบ วรรคนี้ยัง
การติดต่อสื่อสารที่มีมากเกินไป...มันก็ทำให้ความอาลัยอาวร
ของความคิดถึงลดน้อยลงด้วยนะ...
...
..
.
มันไม่ Classic เลย...

#4 By mokono on 2010-08-08 02:23

บางทีอาจารย์ให้วิจารณ์เด็กยัง copy มาจากคุณกู้ทั้งดุ้นเลย sad smile
เราว่าการหาข้อมูลไม่ใช่เรื่องผิด แต่เอาข้อมูลนั้นมาคิดวิเคราะห์ต่ออีกหน่อยจะดีกว่านะ

แต่การมองแต่หน้าจอมือถือเดินไปพิมพ์ไปมันก็อันตรายอยู่ดี ไม่ควรทำ
หาที่สงบ ๆ นั่งพิมพ์สบายกว่านะ

#3 By Aklare on 2010-08-08 01:03

เทคโลโลยีมันก็ดาบสองคมล่ะค่ะ

อย่างอินเตอร์เน็ตนี่ทำให้เข้าถึงข้อมูลข่าวสารรอบด้านได้สะดวกง่ายดายแค่ปลายนิ้วคลิกก็จริง
แต่ทำให้คนเรามักง่ายตามไปด้วยในกลายๆกรณี อะไรๆก็กู(เกิล)นั่นล่ะหนึ่ง
ไหนจะเวลาทำรายงงรายงานอีก หลายคนทำรายงานก็แค่ก๊อปๆๆวางๆๆส่ง จบ สุดท้ายก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาเล้ย sad smile

ส่วนบีบี... บางทีก็ระอากับอวัยวะที่สามสิบสามนี่เหมือนกัน
บางทีรู้สึกถูก excommunicate แค่เพราะไม่ได้ใช้บีบีนี่ล่ะ
(แต่ก็ยังไม่คิดจะใช้อยู่ดี)

#2 By ::Materia Hunter:: on 2010-08-08 01:00

เราก็เคยคิด

บางทีไปกับกินข้าวกะเพื่อนแค่สองคน
แต่มันดันเอาแต่ก้มหน้าก้มตาเล่นบีบี
เรารู้ว่าเราเป็นคนที่ชวนคนอื่นพูดไม่เก่ง คุยไม่ค่อยสนุก
แต่คำถามในใจตอนนั้นคือ...แล้วมึงจะชวนกูมากินข้าวด้วยทำไม.

#1 By .verse1108 on 2010-08-08 00:29