เมื่อตอนงานสัปดาห์หนังสือครั้งที่ผ่านมา มีหนังสืออยู่เล่มหนึ่งค่ะ ที่ไปตบตีแย่งชิงมา

วันที่ไปงานคือ วันที่ 5 เมษายน 2555 จำได้เพราะเป็นวันสอบวิชาสุดท้ายของชีวิตนักศึกษา(ปริญญาตรี)

มีหนังสืออยู่เล่มหนึ่ง ที่ฝ่าฟันคนจำนวนมหาศาลเข้าไปซื้อมา ด้วยเหตุผลว่าเป็นนักเขียนที่ชื่นชอบและติดตามผลงานอยู่

คือเรื่อง “เราจะมีชีวิตที่ดี” ของคุณ ใบพัด ภาณุมาศ ทองธนากุล สำนักพิมพ์ A Book

 

credit: ภาพนี้เซฟมาจากแฟนเพจของคุณใบพัดค่ะ 

อนึ่ง สนพ. A Book เป็นหนึ่งใน สนพ. Blacklist ที่ไม่อยากจะเดินเข้าใกล้เลย (ให้ตายเถอะ) ในงานหนังสือ เพราะอย่างที่ทุกคนรู้ คนมหาศาลจะเบียดกันราวกับคนแย่งอาหารแจกฟรีสมัยสงคราม นอกจาก a book สนพ. อื่นที่คล้ายกันก็มีอยู่ไม่น้อย เช่นอมรินทร์ แจ่มใส bliss เป็นต้น

เรื่อง “เราจะมีชีวิต” ที่ดี เป็นหนังสือเล่มที่ 9 ของคุณใบพัด และเป็นกึ่งภาคต่อ กึ่ง side story ของ “การลาออกครั้งสุดท้าย”

พูดถึงตัวหนังสือกันก่อน รูปเล่มสวยงาม สะอาดตา กระดาษให้ความรู้สึกดีเมื่อสัมผัส แต่ปกเปื้อนง่ายมาก เป็นกระดาษเนื้อด้านไม่เคลือบอะไรเลย ซึ่งสวยมาก จนรู้สึกเสียดายหากจะเอาปกพลาสติกมาหุ้ม เพราะเดี๋ยวจะเสีย texture

การลาออกครั้งสุดท้าย คุณใบพัดได้พูดถึงการวางแผนชีวิตของเขา ที่เหนื่อยหน่ายกับการทำงานในระบบบริษัท (หนังสืออีกเล่มหนึ่งที่เขียนเสียดสีระบบนี้ของ A day คือเรื่อง Android Workers) จนในที่สุดเขาก็ได้ “ลาออกครั้งสุดท้าย” มาทำงานเป็นเจ้านายของตัวเองอยู่บ้าน เล่มนี้พูดถึงอุปสรรคทางด้านเศรษฐกิจ ความเป็นอยู่ และการวางแผนแก้ไขจนสำเร็จ

ส่วน “เราจะมีชีวิตที่ดี” จะพูดถึงอุปสรรค “ด้านจิตใจ” ที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น โดยพูดถึง “มุ” แฟนสาว ผู้ทำงานอยู่ในบริษัทชั้นนำ และสังคมรอบข้างตัวเธอซึ่งมีค่านิยมแตกต่างจากตัวคุณใบพัด มุมมองที่คนในสังคมมองคนว่างงานแบบเขา และตัวเขาที่ทำงานอยู่กับบ้าน การหาสิ่งที่ตนเองชอบ ทำได้อย่างมีความสุข จนในที่สุดจึงเลือกเป็นนักเขียนอาชีพ

ตอนแรกอ่านจะรู้สึกว่านี่มัน dark side ของการลาออกครั้งสุดท้ายชัดๆ!!

เหมือนผู้เขียนพยายามจะชี้ให้เห็นว่าผลสรุปแล้ว การลาออกมาทำงานที่บ้านไม่ใช่เรื่องดี

มีความสุขแบบว่างเปล่า สังคมมองไม่ดี ชีวิตไม่มั่นคง
พอหาแนวทางใหม่ได้ ก็พบแต่อุปสรรคทางตัน

แต่หนังสือของคุณใบพัด ยังคงกลิ่นอายของผู้เขียนอยู่เสมอ ไม่ว่าจะพบทางตัน พบอุปสรรค รู้สึกสิ้นหวัง แต่สุดท้ายจบลงอย่างมีความหวัง และมีความสุข ผลสุดท้ายคือเขาเป็นนักเขียนอาชีพ เขียนหนังสือที่กำลังอ่านอยู่ในมือเล่มนี้ให้เราได้อ่าน

มุเป็นตัวแทนของคนในสังคม ที่ไม่ได้ทำงานในระบบเพราะสภาพบังคับ เธอมีสิทธิ์เลือก แต่เธอเลือกจะทำงานในบริษัทมั่นคง เพราะสำหรับเธอ แม้งานจะหนัก แต่สนุก ทำให้รู้ว่าหากคนเราได้ทำในสิ่งที่ชอบ สิ่งที่พอใจ แม้จะหนักหนา แต่เราจะมีความสุขกับมัน เราอาจไม่ได้มีความสุขตอนทำงาน แต่มีความสุขตอนเห็นงานที่เราทำประสบความสำเร็จออกมา นั่นก็เป็นความสุขอย่างหนึ่งเหมือนกัน เธอเป็นคนในระบบ ที่มองเห็นนอกระบบ รู้ถึงการมีอยู่ และยอมรับมัน ต่างจากคนในระบบบางคนที่ดูถูกคนนอกระบบหรือคนต่างระบบ

ในฐานะผู้อ่าน เราไม่รู้ว่ามุมีตัวตนอยู่จริงหรือไม่บนโลกนี้ เหมือนเรื่องฟินแลนด์ไม่มีแขน ผู้อ่านไม่รู้ว่า “พี่เต้ย” มีตัวตนอยู่จริงหรือไม่ แต่ในหนังสือเล่มนี้เธอมีตัวตนอยู่จริงๆ

มีบทหนึ่งในเรื่อง “เราจะมีชีวิตที่ดี” พูดถึงหนังสือเล่มแรกในชีวิตของคุณใบพัด เรื่อง “มุมมองของใบพัด” ที่เขาให้คำจำกัดความว่าเป็นหนังสือขายไม่ออก และทำให้เขาไม่อยากเขียนหนังสือไปอีกพักใหญ่ๆ

เรามีเรื่องจะสารภาพตรงนี้ ไม่รู้เหมือนกันว่าคุณใบพัดจะมีโอกาสได้มาอ่านหรือไม่

ย้อนไปดูเอนทรี่เก่าๆ ของตัวเอง เราซื้อ “มุมมองของใบพัด” ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 1 วันที่ 31 มีนาคม 2549
ในหนังสือเขียนว่า เล่มนี้พิมพ์ในปี 2545
และที่เราซื้อเพราะไปคุ้ยมาจากกองหนังสือ 5 เล่ม 100 บาท เนื่องจากอยากได้หนังสือเล่มอื่น เลยหาให้ครบ ปรากฏว่าเล่มที่อยากได้ตอนนี้หายไปไหนแล้วก็ไม่รู้ แต่มุมมองของใบพัดเราอ่านรอบที่ 2 หรือ 3 แล้ว และยังอยู่บนชั้นหนังสืออยู่

หลังจาก “มุมมองของใบพัด” เล่มนั้น ก็บังเอิญได้เห็นโฆษณา “ฟินแลนด์ไม่มีขา” ของคุณใบพัดที่มีแคมเปญร่วมกับ exteen ให้เขียนเกี่ยวกับหนังสือที่อยากได้จากตัวเลือกที่มี ผลคือได้หนังสือฟรีมาพร้อมลายเซ็น (ปลาบปลื้มจนถึงตอนนี้ T^Tbbbbbb) และติดตามผลงานเรื่อยมา

แม้ “มุมมองของใบพัด” จะเป็นหนังสือขายไม่ออกในวันที่มันออก

แต่ว่ากันตามตรง ถ้าเล่มนี้ไม่บังเอิญขายไม่ออกจนลดราคาเหลือ 5 เล่มร้อย เราคงไม่ซื้อ ไม่มีโอกาสได้อ่าน และคงไม่ซื้อเรื่องอื่นๆ ของคุณใบพัดต่อมาจนตอนนี้เป็นเล่มที่ 5 แล้ว จะเรียกว่ากลายเป็นแฟนพันธุ์แท้คงไม่เชิง เพราะซื้อแค่ครึ่งหนึ่งจากทั้งหมด (5 เล่ม จาก 9 เล่ม) มุมมองของใบพัดเล่ม 2 หาไม่เคยเจอสักที ถ้ามีโอกาสพบเจอจะซื้อมาอ่านนะคะ m(_ _)m

ในโลกเราตอนนี้ มี “ตัวเลือก” มากมาย การที่เราจะเลือกอะไรขึ้นมาสักอย่างมันต้องมีปัจจัยประกอบ
เราเลือก “มุมมองของใบพัด” มาอ่าน เพราะมันราคาถูก
แต่ที่เราเลือกหนังสือเล่มอื่นๆ ของคุณใบพัดมาอ่าน แม้ราคาจะไม่ถูก เพราะเราชอบมุมมองของใบพัด

 

คนเราไม่ว่าใครล้วนเริ่มต้นจาก 0 แล้วไต่ขึ้นไปเรื่อยๆ
จุดสูงสุดไม่ใช่ 100 เพราะแต่ละคนไม่เท่ากัน
พูดให้ถูกคือไม่มีจุดสูงสูงต่างหาก

บางคนอาจ 0 แล้วกระโดดไป 100 และคาอยู่ที่ตรงนั้น
บางคนอาจ 0 แล้วอยู่แค่ 0
บางคนอาจ 0 แล้วค่อยๆ ไต่บันไดขึ้นไปทีละก้าวจนในที่สุดก็เลย 100 ไป

รู้สึกดีใจที่คุณใบพัดไม่หยุดเขียนหนังสือแค่ “มุมมองของใบพัด” แต่กลับมาเขียนเรื่องราวดีๆ สำนวนดีๆ ให้ได้อ่านกัน

หากใครมีโอกาสอ่านเรื่อง “มุมของของใบพัด” และ “เราจะมีชีวิตที่ดี” ซึ่งเขียนห่างกันถึง 10 ปีจะพบว่า ทั้งสองเล่มล้วนบรรจุตัวตนของผู้เขียนไว้ ชนิดที่ว่า แม้ต่างกัน 10 ปี แต่เมื่ออ่านก็รู้ว่าใครเขียน

เป็นกำลังใจให้คุณใบพัดสำหรับผลงานต่อๆ ไป

และเป็นกำลังใจให้นักเขียน นักสร้างสรรค์ผลงานทุกคน โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในจุดเริ่มต้นค่ะ


Comment

Comment:

Tweet

พี่ใบพัด(พี่เต้ย) แกขยันมากเชียวครับ
ขอให้คุณ JiBi_AI พยายามต่อไป แต่อย่าหักโหมด้วยนะครับ
ลองอ่านย้อนดู ผมชอบสำนวนการเขียนมากๆเลย
ปล.ตามมาจากบล็อกหมอปัด
น่าเศร้าที่บล็อกหมอปัดเอง และแฟนบล็อกหมอปัดทยอยปิดบล็อกไปเรื่อยๆ...

#2 By プフ PRECURE on 2012-05-19 14:12

เป็นกำลังใจให้เจ้าของบล็อกเช่นกันนะ

ปล.ตามมาจาก Fanpage คุณใบพัด

#1 By ของขวัญ on 2012-05-06 21:02