ห่างหายกันไปนาน

 

กลับมาอีกครั้งค่ะ

กับหนังสือที่เราอยากเขียนรีวิวมาตั้งแต่เริ่มอ่านบทแรก

และเป็นหนังสือที่ตัดสินใจซื้อตั้งแต่เห็นครั้งแรก

 

坊ちゃん "ต้นส้ม น้ำตา พายุ"

ชื่อเรื่องต้นฉบับอ่านว่า "บ๊จจัง" เป็นผลงานของนัตสึเมะ โซเซกิ ปรมาจารย์นักเขียนของญี่ปุ่น

 

นัตสึเมะ โซเซกิยิ่งใหญ่ขนาดไหนงั้นเหรอ ทำไมถึงทำให้เรารู้สึกว่าพลาดไม่ได้ถ้ามีแปล

เขาเป็นนักเขียนที่ได้ชื่อว่าทำให้วงการวรรณกรรมของญี่ปุ่นเข้าสู่ "สมัยใหม่" (ไม่ใช่ร่วมสมัยนะคะ modern time คือช่วงตะวันตกเริ่มเข้ามาเผยแพร่เรื่องราวต่างๆ เทียบของญี่ปุ่นคือช่วงเมจิ ส่วนของไทยประมาณสมัยรัชการที่ 5) และเป็นนักเขียนที่มีหน้าปรากฏอยู่ในธนบัตรของญี่ปุ่นด้วย!!

 

เรื่อง "บ๊จจัง" นี้ แปลกันตรงๆ น่าจะอารมณ์ว่า "คุณชาย" ออกแนวกึ่งประชดได้

ว่ากันว่าเขาเขียนเรื่องนี้ "ประชด" ตัวเอง ที่ทำตัวเป็นคุณหนู คุณชาย

 

มาเข้าส่วนรีวิวหนังสือกันบ้าง

 

 

 

ชื่อเรื่อง ทำเอาอึ้งไปไม่น้อย เพราะไม่เข้าใจว่า "ต้นส้ม น้ำตา พายุ" มันเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้เนี่ยยยยยยย O__________________________O!!!!!!!

 

ต่อจากชื่อเรื่องก็เป็นปกที่น่ารักมว้ากกกกกก รูปส้มเต็มไปหมดเลย รูปอะไรก็ไม่รู้ที่ดู "สมเป็นญี่ปุ่น" วางไว้เต็มปก ก็โอเค อาร์ตน่ารักชวนอ่าน.... ใครไม่รู้จักเรื่องนี้แต่สนใจอะไรญี่ปุ่นๆ น่าจะสนใจหยิบขึ้นมาเชยชมกัน

 

ปกหลัง

ไม่มีคำบรรยายใดๆ อยากให้ได้ลองอ่านกันดูเองค่ะ

 

"นวนิยายญี่ปุ่นชั้นเลิศที่ได้รับการกล่าวขวัญไปทั่วโลก ผลงานมาสเตอร์พีซของนัทสิเมะ โซเซกิ นักเขียนผู้ยิ่งใหญ่ ด้วยเรื่องราวใสซื่อ โหด มันส์ ฮากระจาย การผจญภัยในโลกมนุษย์บิดๆ เบี้ยวๆ ของคุณหนูขี้วีน จอมเพี้ยน ลูกผู้ดีเก่า ตกกระป๋องและตกกระไดพลอยโจนไปอยู่ในโรงเรียนบ้านนอกคอกนา จึงต้องลุยดะถ้วนหน้า ตั้งแต่อาจารย์ใหญ่ คณะครู นักเรียน ยันนักการภารโรงล้วนแสบซ่าส์ โดยมีคุณย่าโพสิทีฟเป็นแบคอัพ เนื่องเพราะคนบางคนแปลว่าตัวแสบ ในขณะที่บางคนรักเกียรติเหนือสิ่งอื่นใด เรื่องจึงบานปลายพิลึกพิลั่น แสบๆ คันๆ จอยๆ จี๊ดๆ แบบตัดขั้วหัวใจ กับวีรกรรมเฉิ่มเบ๊อะแต่โคตรจริงใจ ในการพิทักษ์ความดี กอบกู้ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ของเอกบุรุษสุดเพี้ยน ผู้ไม่มีใครเหมือนและไม่เหมือนใคร แต่อาจจะทำให้คุณหัวเราะร่าน้ำตาร่วงแทบไม่รู้ตัว"

 

 อ่านเรื่องย่อแบบนี้ ขอกระซิบบอกไว้ก่อนว่าเรื่องนี้เป็นวรรณกรรมเสียดสีสังคม และเสียดสีตัวเองของผู้เขียน เขียนขึ้นในสมัยก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้ชื่อว่าเป็นวรรณกรรมที่มีความ "ทันสมัย" ในสมัยนั้น..... 

 

อ่านเรื่องย่อที่ปกหลังแล้วแอบ facepalm ไปหนึ่งทีก่อนจะพลิกกลับไปปกหน้าดูชื่อคนแต่ง

ยังคงพิมพ์ว่า 夏目漱石 อยู่



โอเค

ซื้อ!!

 

คิดว่าถ้าไม่แน่จริงคงไม่มีใครกล้าแปลผลงานของนัตสึเมะ โซเซกิออกมาวางตลาดแน่ๆ....

 

ใช่

ถ้าไม่แน่จริง

 

ไม่กล้าทำแบบนี้แน่ๆ

 

/me ล้มโต๊ะ (ノ`∀´)ノ┫ .

 

นี่มันอะไรกันเนี่ยยยยยยยยยยยยยยย

 

ตัวภาษา บางจุดไม่เป็นประโยคภาษาไทยด้วยซ้ำ

จะแปลกลับก็กลับไม่ถูก บางคำไม่รู้ว่าแปลมาจากคำว่าอะไร ออกมาเป็นสิ่งของที่นึกภาพไม่ออก

จุดที่ทำให้รู้สึกแย่ที่สุดคือ

ไม่เหมือนต้นฉบับ!!

ตั้งแต่จำนวนย่อหน้าก็ไม่เหมือนกันแล้ว เพิ่มลดย่อหน้าเอง
เนื้อความบางจุดตัดไปทั้งประโยค ไม่ทราบว่าแปลไม่ได้เลยตัดออก หรือเห็นว่าไม่มีส่วนสำคัญกับเรื่องเลยตัดออกไปดื้อๆ ดันแน่
แต่บางจุดกลับเพิ่มเข้ามาซะงั้น.... แถมเพิ่มมาทำความหมายดั้งเดิมเพี้ยนไปก็มี

แค่การปรับเปลี่ยนย่อหน้าตามอำเภอใจ
ก็แสดงให้เห็นชัดเจนแล้วค่ะว่าคุณไม่ได้เคารพนัตสึเมะ โซเซกิ และผลงานของเขาเลย

สำนักพิมพ์ขาดความพร้อม
ไม่ทราบว่าทำไม
Freeform ซึ่งไม่ได้มีบุคลากรผู้เชี่ยวชาญภาษาญี่ปุ่นมากพอจะแปลวรรณกรรมระดับนี้ได้ถึงเลือกเรื่องนี้มาตีพิมพ์ เพราะคิดว่าดีจากใจจริง หรือเพราะคิดว่าจะขายได้

วรรรณกรรมสมัยเมจิอ่านยากเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จะแปลได้ต้อง “แน่” จริง หรือเชี่ยวชาญจริง แต่นี่ดูทั้งผู้แปลและผู้ตรวจต้นฉบับไม่ได้อ้างอิงต้นฉบับมากเท่าที่ควร ดำน้ำเยอะมาก ไม่แน่ใจว่ามีการเทียบกับฉบับภาษาอังกฤษหรือเปล่า เพราะไม่มีเขียนอ้างอิงเกี่ยวกับฉบับภาษาอังกฤษไว้ในเล่มเลย

คำนิยมเขียนโดย ปราย พันแสง ความว่า

“ห้ามอ่านในที่สาธารณะ เพราะคุณอาจจะต้องหัวเราะทั้งน้ำตา”

“...นี่คือการผจญภัยของคุณหนูจอมเซ่อซ่ส์คุณย่าโพสิทิฟ สารพัดวีรกรรมเฉิ่มเบ๊อะ แต่โคตรจริงใจของเอกบุรุษสุดเพี้ยนและไม่เหมือนใคร แล้วคุณจะรักนิยายเรื่องนี้เหมือนฉัน....”

ขอโทษนะคะ
แต่คำนิยมนี่ถูกเรื่องแน่เหรอ
อ่านยังไงก็ไม่ใช่วรรณกรรมเสียดสียุคเปิดประเทศแน่ๆ......
อ่านในเรื่องไม่เห็นจะเจออะไรแบบนั้น

เนื้อเรื่องย่อเหมือนพยายามจับพ้อยท์มาเขียน เอาตัวละครทั้งหลายมาบรรยาย
ทั้งๆ ที่แท้จริงแล้วเรื่องนี้เขียนเพื่อเสียดสี ไม่ได้มีประเด็นหลักของเรื่องให้เห็นชัดเจน ผู้อ่านต้องคิด วิเคราะห์จากบรรยากาศทั้งหมดของเรื่อง แต่คุณก็แปลผสมตีความจนไม่สามารถนำมาวิเคราะห์ต้นฉบับได้ แม้แต่วิเคราะห์ตัวละครยังไม่ได้เลย ซ้ำยังไปยัดเยียดบุคลิกให้ตัวละครเสียอีก

 

หนังสือเล่มนี้อาจจะเป็นเล่มแรกและเล่มสุดท้ายของ สำนักพิมพ์Freeform สำหรับเรา
เพราะความไม่พร้อม และขาดความเคารพต่อต้นฉบับแบบนี้ เราคงทั้งกลัวและเข็ดไปเลย
อ่านต้นฉบับไม่ค่อยรู้เรื่องหรอกค่ะ อ่านยากมาก
ถ้าใครถามว่ามาวิจารณ์เขาเนี่ยมิปัญญาแปลเองเหรอ
ตอบเลยค่ะว่าไม่มี และรู้ตัวว่าไม่มีปัญญา
ปัญหาของหนังสือเล่มนี้ข้อสำคัญที่สุดอาจจะเป็นจุดนี้ก็ได้
คือผู้จัดทำไม่สามารถประเมินได้ว่าทีมงานกลุ่มไหนเหมาะสมในการทำหนังสือเล่มนี้
ไม่มีผู้เชี่ยวชาญมากพอ

 

มีอะไรมากมายอยากพูดเกี่ยวกับหนังสือเล่มนี้
แต่พิมพ์แล้วหายไป 2 รอบ ขี้เกียจแล้ว

สรุปสั้นๆ

“เสียใจ และเสียดายค่ะ”

เสียดายทั้งเงินและเวลาที่เสียไป เสียดายหนังสือดีๆ

 

อีกสักนิด

ขอโทษหากใครเป็นแฟนหนังสือเรื่อง “ต้นส้ม น้ำตา พายุ” นะคะ ทั้งหมดนี่เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของเราเอง

หากใครเป็นแฟนนัตสึเมะ โซเซกิ หรือแฟนหนังสือเรื่อง 坊ちゃんขอแนะนำว่าอย่ามาอ่านเล่มนี้เลยค่ะ

 

Comment

Comment:

Tweet

@monbonkai ตอนอ่านก็คิดว่าอาจจะแปลจากอังกฤษเหมือนกันค่ะ
แต่ถ้าเป็นแบบนั้นจริง ถือว่าผิดมากเลยนะคะ เพราะไม่มีอ้างอิงเกี่ยวกับต้นฉบับภาษาอังกฤษไว้ในตัวหนังสือเลย แปลจากฉบับไหน สนพ.อะไร ก็ไม่บอก
@loveff ก็เห็นมีแต่เรื่องหรูๆ เลยคิดว่าเขาคงแน่จริง........ OTL ยังอุตส่าห์อ่านตั้ง 2-3 เรื่องนะนั่น ทางนี้คงเรื่องแรกและเรื่องสุดท้าย lol นักแปลต้องทำงานร่วมกับบรรณาธิกร ต่อให้นักแปลเก่งยังไง บ.ก. ที่ปล่อยให้ออกมาแบบนี้ก็ไม่น่าเชื่อถืออยู่ดี.....

#4 By JiBi_AI on 2012-11-21 22:31

Hot! Hot!
ไม่เคยรู้จักเรื่องนี้มาก่อนค่ะ แต่ถ้าเจอเรื่องย่อแบบนี้บนหนังสือที่บอกว่าแปลมาจากงานของนัตสึเมะ โซเซกิ เราก็คงเหวอเหมือนกัน (-__-)

#3 By ★奈良★ on 2012-11-21 19:12

วรรณกรรมแปลของสำนักพิมพ์นี้ ถ้าไม่ใช่ระดับนักแปลที่เชื่อถือได้อย่างคุณจิระนันท์ อย่าเสี่ยงซื้อดีกว่าค่ะ sad smile
เห็นเลือกแต่ละเรื่องมาแปล ผลงานดีๆทั้งนั้น ตอนแรกอุตส่าห์ดีใจที่มีสำนักพิมพ์ไทยแปลวรรณกรรมดีๆออกมาเพียบ พอลองอ่านสองสามเรื่อง...เอ่อ.... ถ้าแปลแล้วลดคุณค่างานเขาขนาดนี้ อย่าแปลเลยเถอะนะ 

#2 By ::Materia Hunter:: on 2012-11-21 16:39

Hot! Hot!
ผมก็เคยอ่านเรื่อง "เรียกฉันว่าแมว"
ที่แปลมาจาก 我輩は猫である เหมือนกันครับ
แล้วคิดเหมือนกันว่า แปลได้พลาดมาก
พลาดตั้งแต่ที่แปลมาจากเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษแล้ว
และแน่นอน ถ้าแปลมาจากภาษาอังกฤษ
ตั้งแต่คำว่า 我輩 ก็กลายเป็นคำว่า I เฉยๆ
ดังนั้น ในเวอร์ชั่นภาษาไทย ก็ไม่ได้รับรู้และเข้าใจอารมณ์ของเจ้าแมวตัวนี้ ที่ต้องการจะเสียดสีสังคมเลยแม้แต่น้อย...
เสียดายที่ว่า ยังไม่ค่อยมีงานแปลของนัทสึเมะที่แปลจากภาษาญี่ปุ่นโดยตรงมาแปลเป็นภาษาไทยนะครับ

#1 By ม่อนบ่อนไก่ on 2012-11-21 15:52