[Travel] Singapore Trip - part 2: Merlion, Night Safari

posted on 04 Dec 2012 23:40 by jibi in Travel directory Travel

 

ว่างเว้นไปนานอีกแล้ว

มาต่อกันกับทริป ช้อป กิน เที่ยว สิงคโปร์ของเรา

วันที่ 2 เริ่มต้นเวลาเดิม 8 โมงเลทๆ

กลุ่มช้อป กิน เที่ยวของเราเริ่มมีคนมาสมทบ
เราเลยเริ่มต้นสตาร์ทเหมือนเดิม เพื่อให้ทุกคนได้กินอย่างทั่วถึงกัน

วกกลับไปเริ่มต้นเหมือนวันแรก

Ya Kun Kaya Toast à China Town

แต่วันนี้เราจะไปต่อกันที่ City Link Mall เพื่อช้อปปิ้ง และเป็นทางผ่านไปยังเมอร์ไลออน

City Link Mall มีของทั่วไปที่เสร็จกันไปถ้วนหน้า Popcorn สุดเข้มข้น, Charles & Keith สุดฮิตของชาวไทย ร้านอาหารและร้านขายของจุกจิกให้เดินเล่นมากมาย

ปลายทางของมันคือ Esplanade Hall เป็นโรงละครและที่จัดนิทรรศการขนาดใหญ่ ดูภายนอกเป็นหนามๆ เหมือนทุเรียน
เดินผ่านเจอจัดนิทรรศการอยู่ น่ารักดีเลยถ่ายรูปมาดูเล่น

ตัวตึกด้านนอกเป็นหนามทุเรียนแบบนี้


 

 

นิทรรศการด้านใน

ออกจาก Hall มาจะเป็นสะพานอะไรสักอย่าง
เชิงสะพานมีไอศกรีมรถเข็นหน้าตาน่ากิน

ถ่ายรูปไม่ได้เพราะมือเปื้อน แต่อารมณ์คล้ายๆ ไอติมโบราณ มาเป็นกล่อง ลุงคนขายเขาจะตัดออกเป็นชิ้นสี่เหลี่ยม ประกบด้วยวัฟเฟิลบางๆ แล้วเอาแผ่นพลาสติกห่อส่งให้ ราคา 1 SGD เท่านั้น (อร่อยมากกก T^T)b กำลังร้อนและเหนื่อยได้ที่ ชาร์จพลังได้เป็นอย่างดี)

จากสะพานและเชิงสะพาน ถ่ายรูปทิวทัศน์ได้สวยดี แต่กลางวันสู้กลางคืนไม่ได้
วิวจากสะพานทั้งหลายออกมาเหมือนๆ กันหมด ตอกย้ำถึงความ "เล็ก" ของเกาะสิงคโปร์


  

มองย้อนไปดูตึก Esplanade Hall

 

ภาพที่ถ่ายได้จากกลางสะพาน 

 

เมื่อเดินขึ้นสะพานไปสักพักเราก็จะเห็น

นั่นไง!

Merlion

 

ถ่ายรูปกันตามอัธยาศัย

ใต้สะพานที่เราข้ามมาเป็น Starbuck (อยู่ใต้สะพานเลยเดียว...) เป็นใต้สะพานที่ดูสะอาดปลอดภัยไฮโซมั่กๆ

 

ไอ้เจ้าเมอร์ไลออนเนี่ย

ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันนะว่ามันมีอะไร

แต่ด้วยความที่มาสิงคโปร์ทั้งที...
ขอถ่ายกับมันสักรูปแล้วกัน

 

 

เชื่อว่าไม่ใช่แค่เราหรอกที่คิดแบบนี้
นักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยที่ไปยืนหรี่ตากลางแดดถ่ายรูปกับเจ้าเมอร์ไลออนพ่นน้ำตัวนี้น่าจะถ่ายด้วยเหตุผลว่า “เพราะมาสิงคโปร์” นั่นแหละ

ระหว่างยืนหรี่ตาถ่ายรูปกันอยู่

มีอาม่าคนจีนหันมาพูดอะไรสักอย่าง
เป็นภาษาจีน รัว และเร็ว
ฟังไม่รู้เรื่องจ้า
หน้าจีนทั้งกลุ่ม แต่ไม่มีใครฟังออกเลย....
อาม่าหยุดแร้บพักหายใจ
เราเลยบอกเขาไปว่า
‘We don’t understand Chinese’
ไม่ทราบแน่ใจว่าอาม่าฟังออกหรือไม่ แต่อาม่าที่ยืนบังกล้องเราอยู่เดินหนีไปเลย....

ไม่รู้ว่าสรุปอาม่าได้รูปคู่กับเมอร์ไลออนไปหรือไม่... ขอโทษนะคะ หนูไม่ได้ว่าอะไร แค่ฟังไม่เข้าใจ TvT)’’

 

มิชชั่นเราคอมพลีทไปหนึ่ง
ดูจากเวลาแล้วคงไม่ทันไป
Fountain of Return Wealth
กลับไปเก็บของนั่งพักที่โรงแรมก่อนดีกว่า ตอนเย็นเรามีนัดไปสวนนกจูร่ง และ
Night Safari อีก

ที่ไหนได้
เก็บของไม่ทันไร หิวมาก ไม่ไปแล้วสวนนก กลุ่มเราทิ้งเพื่อนที่นัดกันไว้ไปกินข้าวแล้วเดินห้างที่
Orchard ซะงั้น
กินฟู้ดคอร์ท ต่อด้วยไอศกรีม(อีกแล้ว)
Azabu Sabo เจ้าเดิม *≧ω≦*
ที่
City Link ยังช้อปกันไม่หนำใจ....
มาต่อกันที่นี่ เดินเล่น ช้อปปิ้ง
Sephora
ส่วนของเราได้
Too Faced Limited Edition Palatte ชุดใหญ่ ก้อนสำหรับแช่น้ำอ่าง(คืนนี้เลย) และลิปมัน Burt’s Bee ไป 1 กล่อง Too Faced และ Burt’s Bee ถูกกว่าไทยกว่า 50% ทั้งคู่ คิดถูกจริงๆ ที่ซื้อมา

เดินแถวใต้ดินของห้าง
“อ๊ะนั่นไง โอชางกี่ ร้านของทอดที่ว่าจะลองแต่ไปไม่ทัน”
สรุปว่าร้านมันมีสาขาอยู่ทั่วไป
จัดไป ไก่ห่อชีสทอด 1 ไม้
!
ไม่ได้ถ่ายรูปไว้เพราะของเต็มมือ มันคือร้านของเสียบไม้ทอดค่ะ มีตั้งแต่ลูกชิ้น ปลาหมึก ไก่ ปลา ไส้กรอก บลาๆๆ
อร่อยอีกแล้ววววว
:*:(*//////////*):*:

เดินต่อไปอีกไม่กี่ก้าว
“อ้าว นั่นไง ร้านน้ำแข็งใสที่อยากลอง”
จัดไป
 น้ำแข็งใสนมๆ ราดแยม อารมณ์ไอซ์มอนส์เตอร์

แต่น้ำแข็งใสมันเหนียวๆ รสไม่ค่อยหวาน หอมนม กินแล้วสดชื่นดี

  

กลับเข้าแผนเดิม

Night Safari GO GO!!

 

เริ่มจากนั่งรถใต้ดินไปที่ท่ารถบัส Ang Mo Kio ต่อรถสาย 138 ที่ขึ้นทางด่วนไปพระประแดง (quote Tuna)

นั่งไปเกือบสุดสาย หลับไปเลยก็ได้
เราจะลงหลังเห็นป้าย
Night Safari ไปแล้วอีกหลายกิโลฯ
เห็นเหล่านักท่องเที่ยวกระตือรือร้น (เราด้วย) ตอนเห็นป้ายทางเข้า แล้วค้นพบว่า จริงๆ แล้วมันไมได้ใกล้ป้ายทางเข้าเลยสักนิด......

ค่าเข้า Night Safari 32 SGD
มีเส้นทางสำหรับเดิน และนั่งรถราง ถ้าต้องการดูสัตว์ให้ครบต้องนั่งรถและเดิน เพราะจะได้ดูแค่ประมาณอย่างละครึ่ง
ทางเข้าคนจะรอขึ้นรถเยอะมาก ไม่ต้องสนใจ เดินไปเลย จะสามารถเข้า
Route แรกได้ เดินทะลุได้ประมาณ 3 Route หลังจากนั้นเป็นจุดที่บังคับให้นั่งรถเท่านั้นเพราะเป็นสัตว์ใหญ่

 

 

 

ไม่มีรูป Night Safari อยู่เลยเพราะกล้องไม่สู้จริงๆ
หรือต่อให้กล้องมันสู้.... คนถ่ายก็ไม่สู้ค่ะ ยืมกล้องคนอื่นมา ใช้ไม่ค่อยเป็น

เราไม่เคยไป Night Safari ของไทยหรือของที่ไหนเลยนะคะ นี่คือครั้งแรก
แต่ยอมรับว่าเขาทำดีจริงๆ (มีฝึกสัตว์ให้วิ่งมาโชว์ตัวด้วยนะเอ้อ)
ทางเดินดูปลอดภัย ทั้งสำหรับสัตว์และคนดู

และ
ความสนุกอย่างหนึ่งคือ
ตอนเห็นป้าย แต่หาสัตว์ไม่เจอแล้วทุกคนในกลุ่มพยายามช่วยกันมองหา
โดยเฉพาะสัตว์ที่อยู่ในกรง เพราะจะหายากขึ้นอีก 3 เท่าตัว
ส่องกันเข้าไป
“อุ๊ย นั่นไง นั่นๆๆๆ”
“ไหน”
“นั่นไง ไม่เห็นเหรอ”
“บ้านั่นมันต้นไม้”
“ไม่ใช่ มันขยับได้จริงๆ นะ”
“ไหนแวร๊”
“ก็ตรงนั้นไง”

เป็นแบบนี้ไปตลอดทาง
/
me สายตาไม่ดี

เดินกันนานจริงๆ เพราะมัวแต่เฮฮามองหาสัตว์กันอยู่ สุดท้ายดูได้ไม่ครบทุก Route เพราะเวลาไม่พอ (55555) อดดูวอลลาบี้รูทสุดท้าย

ขากลับเนื่องจากรถเมล์และรถไฟใกล้หมด หรืออาจหมดแล้วจึงใช้บริการลีมูซีนบัสของทางสวนสัตว์
คนละ 4 เหรียญ ไปส่งตามโรงแรมในเมือง ของเราก็เลือกตรง
Orchard แวะหาอะไรกินแล้วเดินขึ้นเนินกลับโรงแรม

 

คืนสุดท้ายซะแล้ว....

ทุกคนเฮฮากันเต็มที่
เราพลังหมดนอนหลับเป็นตาย
วันต่อมาโดนรุมถามว่าหลับเข้าไปได้ยังไงเพราะเสียงดังมาก
สาบานได้ว่าไม่ได้ยินอะไรเลยจริงๆ เข้าโหมดหลับลึกไปเรียบร้อย.....

 

 

เอนทรี่หน้าตอนสุดท้ายแล้ว ถ้ามีโอกาสจะแถมลิสต์ของที่ซื้อพร้อมภาพ (แต่แกะใช้ไปเยอะแล้ว....) เผื่อเป็นแนวทางให้คนไปสิงคโปร์เช็คดูว่าอะไรถูก อะไรน่าซื้อ หวังว่าจะได้อัพในเร็ววัน 

 

Comment

Comment:

Tweet

Night safari นี่ชอบมากๆ ถ้าได้ไปสิงคโปร์ก็จะแวะไปอีก

#2 By fafner on 2013-05-17 04:01

^w^ สิงคโปร์น้ำแพงอ่ะ ระบบขนส่งสุดยอดมาก แต่จากที่เคยไปมาเมื่อเดือนที่แล้วพบว่าคนสิงคโปร์เล่นแต่โทสับไม่ค่อยพูดคุยกันเลย Hot!

#1 By ไข่ต้ม on 2012-12-05 08:42