[BALI] เที่ยวบาหลี 1: Intro to Bali

posted on 20 Apr 2013 15:38 by jibi in Travel directory Asian, Travel, Knowledge
 
 
ย้อนหลัง ที่บาหลี

 

เนื่องจากติดภารกิจชีวิตและอะไรหลายๆ อย่างเลยไม่ได้อัพซะที

เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เจ้าของบล็อกไปเที่ยวบาหลีมาค่า

 


 

 ย้อนเวลากลับไป ประมาณเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว

เห็นแอร์เอเชียลดราคา big sale ที่มี 0 บาท

ปีก่อนไปฮ่องกงด้วยโปรฯ นี้มาแล้วเกิดติดใจในความถูก เลยเปิดมาดูเล่นๆ

ไปสะดุดบาหลีเข้า ว่าเอ๊ะ ก็น่าไปนะเนี่ย

ไปถามเพื่อน..... ได้คำตอบใจง่ายเหมือนทุกที “ไปกัน”

ชวนไปชวนมา ได้พรรคพวกรวมตัวเองมา 7 คน

ซื้อพฤษภาฯ 2012 บิน 6 มีนาคม 2013

เรียกว่าซื้อทีลืมโลก แต่ไม่เป็นไร มันถูกจริง....

วิ๊ง วิ๊ง วิ๊ง วิ๊ง วิ๊ง วิ๊ง

เวลาผ่านไป

เริ่มทำงานแล้ว (ตอนซื้อยังว่างงานอยู่)

ไปสิงคโปร์มา

ปล่อยเวลาผ่านไป

ไมได้ปล่อยไปอย่างเปล่าประโยชน์หรอกนะ

เดือนตุลาคม 2012 ไปเดินงานหนังสือกัน มองหากันเต็มที่ค่ะ หนังสือเที่ยวบาหลี

เจอแค่เล่มเดียว ไม่บอกละกันของอะไร เป็นสนพ. ค่อนข้างดัง แต่มีคำแนะนำว่าไม่ควรซื้อเยอะแยะมากมาย สรุปว่ากลับมาตัวเปล่าไม่ได้อะไรเลย

 

(แล้วเป็นไงล่ะ งานเมื่อตอนปลายมีนาฯปีนี้ เจอ 6 ปก พลิกดู “พิมพ์ครั้งแรก 1 มีนาคม 2013” (╬゚◥益◤゚) )

 

กลับมาเรื่องแผนเที่ยว

ด้วยสาเหตุเรื่องงาน ทำให้มีเหตุต้องยกเลิกไป 2 คน จาก 7 คน

ในที่สุดคอนเฟิร์มแล้วว่า สรุปทริปนี้จะไปกันทั้งหมด 5 คน

เราก็เริ่มวางแผนกันทันที.... ไม่มีหนังสือก็ไม่ต้องง้อ!! หาข้อมูลเอาเองเนี่ยแหละ

พัก 3 คืน และได้ยินมาว่าทะเลไม่สวย เลยตัดสินใจ เอางี้แล้วกัน พักบนภูเขา 2 คืน แล้วพักริมทะเลสักคืนพอ

โรงแรมหาใน TRIP ADVISOR แล้วไล่อ่านคอมเมนต์ กับเช็ค official web ของโรงแรมว่ามี facilities อะไรบ้าง เพราะพวกเราต้องการแน่ๆ คือ Free Wi-Fi ห้องแอร์ และน้ำร้อน

สรุปกันว่า พักบนเขา ย่านที่ดังเรื่องร้านค้าแนวบูติกๆ Ubud 2 คืน แล้วย้ายไปพักทะเล (ตั้งใจว่าจะพัก Seminyak ซึ่งเป็นริมทะเลที่ฮิต แต่ไม่โหวกเหวกเท่า Kuta) แต่ไปๆ มาๆ กลายเป็นพัก Canggu ไปซะได้

 

ต่อมาเรื่องจองรถ

ตอนจองตั๋วเครื่องบินแรกๆ แล้วไล่หาดูเจอเข้ากับ “แหม่มบาหลี” คือเขาเป็นคนไทย อยู่ในบาหลี และตั้งบริษัททัวร์/รถเช่า เน้นคนไทยเนี่ยแหละ ค่อนข้างดังและน่าเชื่อถือ

ต่อมาเจอคำแนะนำ อีกบริษัทหนึ่งคือ Teddy Team ว่าบริการดี ต่างกับแหม่มบาหลีแค่เขาไม่ใช้ภาษาไทย ส่วนไกด์เป็นคนอินโดนีเซียเหมือนกันทั้งสองบริษัท ราคาของเทดดี้ถูกกว่าด้วย

คุณเพื่อนผู้รับผิดชอบรถ เลยส่งเมล์หาทั้งสองที่ เพื่อนดูแผนเที่ยวและราคามาเปรียบเทียบ

Teddy Team ถูกกว่าจริงๆ

ราคาถูกกว่า และรวมค่าจอดรถแล้ว โอเคเลย... ตกลงจองเนี่ยแหละ

ตอนส่งเมล์คุยกัน เขาจะส่งตารางเที่ยวมาให้เรา พร้อมคำนวณราคาให้เสร็จสรรพ
แต่เรามีหาข้อมูลมาเอง เลยขอเปลี่ยน เพิ่ม ลด บ้าง นิดๆ หน่อยๆ รวมที่เขาแนะนำว่าอันไหนไกลไป อันไหนควรไป
ถ้าไม่ได้จะเอาตามแผนเขาเป๊ะๆ ต้องคุยผ่านเมล์กันสักพักค่ะ ใช้เวลาหลายวัน แก้ตารางกันไปๆ มาๆ จนได้ออกมา

เอาล่ะ ออกเดินทาง!!

ตรวจสอบเวลาเดินทาง ก่อนไปไม่กี่วัน ค้นพบความจริงที่น่าตกใจ...
จากกรุงเทพไปบาหลีใช้เวลาบิน 4 ชั่วโมง!!!
ตกใจมากจริงๆ... เข้าใจว่าอินโดนีเซียใกล้
ซึ่งก็ถูก มันใกล้... แต่นั่นจาร์กาต้านะ ไม่ใช่บาหลี


บาหลีคือเกาะใหญ่ ที่ไกลสุดของอินโดค่ะ ดูแผนที่ประกอบได้ด้านล่าง
 และน่าจะเป็นหนึ่งในเดสทิเนชั่นไกลสุดของโปรโมแอร์เอเชียตอนเราซื้อ ระยะทางเท่าๆ กับใต้หวัน....
แอบผวาไปไม่น้อย เพราะประสบการณ์ไปฮ่องกงเมื่อสองปีก่อนทรมานพอสมควร ที่นั่งแคบ เข่าติด
แต่คราวนี้ปรากฏว่าเครื่องใหม่ นั่งได้สบายๆ เทียบกับนั่งหน้าคอมทำงานวันละ 8 แล้วเล่นคอมอีก 4 น่าจะสบายกว่าเยอะ (ฮา)

 

เห็นไหมคะ ไกลสุดเลย...

 

ตัวไฟลท์มีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย เวลาใกล้เคียงเดิม แต่เปลี่ยนชื่อไฟลท์
และสำคัญที่สุดคือย้ายจากสุวรรณภูมิไปดอนเมือง
 ออกบิน 6 โมงเช้าวันที่ 6 มีนาคม


สนามบินดอนเมือง มีสนามเด็กเล่นด้วยนะเอ้อ
แต่เป็นของนกแอร์จ้า

ไปกันเลย GO GO!!!!

พอลงจากเครื่องบิน จะเจอสนามบินขนาดไม่ใหญ่ ค่อนข้างเก่า ส่วนนี้ต่างจากที่คิดไว้ เพราะคิดว่าบาหลีน่าจะเน้นนักท่องเที่ยวเป็นธุรกิจหลัก สนามบินต้องหรูแน่เลย!! คิดผิดถนัด สนามบินบ้านๆ ธรรมดามาก มีส่วนติดแอร์ไม่เยอะ พวกร้านค้าจะอยูในโซน open air ทั้งหมด ที่สำคัญ อากาศร้อนมาก แต่ไม่ร้อนอย่างที่คิด

เรื่องนี้ก็มีสาเหตุเช่นกัน....

ก่อนหน้านี้คิดว่าบาหลีต้องร้อนมาก เพราะอยู่ใต้ไทย ใกล้เส้นศูนย์สูตร

แต่เมื่อได้ดูแผนที่ให้ดีๆ

จะพบว่า ระยะทางจากเส้นศูนย์สูตรของบาหลีกับไทยแทบจะเท่ากัน!

เพียงแต่ไทยอยู่เหนือเส้น ส่วนบาหลีอยู่ใต้เส้นนี่เอง

เรียกว่าอากาศพอๆ กับไทย แต่จะชื้นอบอ้าวมากกว่าเพราะเป็นเกาะเล็กๆ กลางทะเลเปิด

แต่เพราะเป็นแนวภูเขาไฟ เมื่อขึ้นไปบนเขาสูง อากาศจะเย็นลง และเย็นทั้งปี

พูดให้เข้าใจง่ายๆ เที่ยว 1 วัน เหมือนได้สัมผัสอากาศเขาใหญ่หน้าฝน ภูเก็ตหน้าร้อน และเชียงใหม่หน้าหนาว(แบบไม่หนาวจัดนะ)

ดูภาพนี้ประกอบ มาจาก google map จะเห็นเส้นศูนย์สูตรเป็นเส้นประคั่น เมืองไทยอยู่เหนือ ส่วนบาหลีอยู่ใต้เส้น ตรงที่ปักหมุดไว้นั่นแหละบาหลี

 

เมื่อลงจากเครื่อง รับกระเป๋าแล้ว คนบนเครื่องเราส่วนใหญ่จะมุ่งหน้าไปทางป้าย Arrival Visa
มันคือวีซ่าที่เหมือนค่าผ่านทาง ลงเครื่อง จ่ายเงิน เข้าประเทศได้เลย
 แต่ประเทศไทยอยู่ใน Asean ได้รับยกเว้นวีซ่า เราไม่ต้องสนใจในส่วนนี้ ที่บอกว่าคนส่วนใหญ่ไปทำ เพราะคนบนเครื่องแทบไม่มีคนไทยค่ะ
ให้เรามองหาป้าย Non-Visa (หรืออะไรก็ตามที่ความหมายเหมือนกัน)
ป้ายมันเล็กมาก เป็น A4 ปริ้นท์เคลือบมาแปะๆ เอาไว้แถวนั้น.... เดินตามทางแล้วออกนอกประตูได้เลย เย้!

 

สนามบินเขาประมาณนี้ นี่คือเกทระหว่างประเทศ ^^;;  ถ่ายขากลับค่ะ ขาไปไม่สะดวกเท่าไหร่

พอออกจากสนามบิน จะเจอคุณไกด์ที่ติดต่อไว้ทางอีเมล์ ใส่เสื้อ “เทดดี้ทีม” (เขียนด้วยภาษาไทย) ถือป้ายปริ้นท์ชื่อที่พวกเราใช้จองมารอรับอยู่ แล้วเขาจะนำทางไปขับรถมารับ เราก็เริ่มออกเที่ยวกันเลย อ้อ ไกด์ของเราเขาแนะนำตัวว่าชื่อ ลีออง ค่ะ

อ้อ รอบนี้ไม่ได้ซื้อซิมมือถือนะคะ เพราะซิมเน็ตสำหรับนักท่องเที่ยวขายในสนามบินคุณไกด์เขาบอกว่าแพง ไปซื้อซิมในเมืองได้เป็นซิมขนาดปกติ ไม่มีไมโคร แล้วดันใช้เครื่องทันสมัย(?)กันหมด Xperia กับ iphone เลยรับซิมจากคุณไกด์ (เขาให้ยืมฟรี) มา ใช้เน็ตไม่ได้ ใช้โทรตามเวลาหาตัวไกด์ไม่เจอ ไม่เป็นไร เรามาเที่ยวสัมผัสธรรมชาติ

น่าจะมีไมโครซิม แต่แนะนำทุกคนที่ไป เอามือถือที่ใช้ซิมขนาดปกติไปเผื่อหากคิดว่าจะใช้โทรศัพท์

ก่อนจะเริ่มเที่ยว เอนทรี่นี้เริ่มยาว ขออนุญาตยกยอกไปเอนทรี่หน้า

แถมด้วยเกล็ดเล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับบาหลีไว้ก่อน

★ ค่าเงินตอนที่แลกไป จำง่ายๆ 10,000 รูเปี๊ยะ = 31 บาท แค่เลขศูนย์เยอะ แต่ของราคาใกล้เคียงไทย ไม่ถูกหรือแพงกว่า

★ แหล่งท่องเที่ยวมีค่าเข้าสถานที่ทุกที่ และการเดินทางไปตามแหล่งท่องเที่ยวจะมีค่าผ่านทางด้วยค่ะ... ไม่ได้แพงหรอก คิดเป็นเงินบาทจะตกที่ประมาณคนละ 15-30 บาท ไม่ค่อยมีแพงกว่านี้ ส่วนใหญ่เขาจะเก็บโดยถือว่าเป็นค่าจอดรถ เช่นไปบริเวณที่มีนาขั้นบันได เราสามารถจอดรถหน้าร้านค้าตามถนนแถวนั้นแล้วลงไปเที่ยวได้เลย เป็นระบบที่เพิ่งเคยเจอเหมือนกัน ทำใจว่ายังไงก็ต้องจ่าย อย่าไปคิดมาก

★ บาหลีเป็นศูนย์กลางศาสนาฮินดู แต่มีคนอิสลามอยู่จำนวนมากเช่นกัน ซึ่งคนอิสลามจะไม่กินหมู (ถ้าจำไม่ผิดจำพวกสัตว์มีเปลือกก็ไม่กิน) ส่วนฮินดูไม่กินเนื้อวัว(พาหนะพระพรหม) และเป็ด(พาหนะพระศิวะ) เพราะฉะนั้นสัตว์ 3 ชนิดนี้จะหากินยากมากค่ะ โดยเฉพาะหมู อาหารหลักของเขาคือไก่ หลายร้านอร่อยมากจริงๆ... อาหารทะเลตามริมทะเลสดมากๆ และโปรตีนจากถั่วกับเต้าหู้เยอะมากๆ ต้องมีถั่วสักประเภทออกมาให้เห็นทุกมื้อ อาหารขอพูดอย่างละเอียดในเอนทรี่ต่อๆ ไป

 น้ำจิ้มเป็นของที่ขาดไม่ได้ของอาหารที่นี่ หลักๆ มี 2 อย่างคือซอสพริก มีหลายแบบแต่มันคือซอสพริก ร้านเดียวอาจมีถึง 3 แบบ 3 รสให้เลือก ส่วนอีกอย่างคือซีอิ้วดำหวาน แทบจะกินกับทุกอย่างขอยืนยัน... ซีฟู้ดก็จิ้มซีอิ้วดำค่ะ

★ สนามบินที่นี่ Free Wi-Fi เยี่ยมมาก... ช่างต่างกับประเทศหรูๆ งกๆ ทั้งหลาย มีให้ใช้สบายเลย และตัว Free Wi-Fi ตัวเดียวกันนี้ไม่ได้มีแต่เฉพาะในสนามบิน ตามเมือง แหล่งชุมชน แหล่งท่องเที่ยวก็มีให้ใช้อยู่หลายจุดเช่นกัน

★ อาหารที่นี่ติดหวาน และน้ำดื่ม “หวานมากกกกกกก” จะชาเขียว Mirai, Coke, Fanta, Sprite, Pocari Sweat ล้วนหวานกว่าไทย... ชาเขียวน้ำผึ้งจิบเดียวหวานซึ้งจับใจไปโลกหน้า แต่พอไปเจออากาศร้อนจัดของเขา กลับขึ้นมาบนรถไดกินของหวานๆ ก็รู้สึกดีไปอีกแบบ

 ร้านสะดวกซื้อแนว 7-11 ราคาแพงกว่าร้านแผงลอยนิดหน่อย และแพงกว่าซุปเปอร์มาร์เก็ตมากๆ แนะนำให้ซื้อของในซุปเปอร์ตุนไว้สักวันละครั้ง พวกขนม น้ำดื่ม ส่วนตามตลาด ของสดจะถูกกว่า พวกผัก ผลไม้ กาแฟ วะนิลา โกโก้ ฯลฯ

★ ภาษาบาหลี เอาไว้ดูในเมนูอาหาร ถามมาแค่ไม่คำ คิดว่าดูขำๆ แล้วกัน
        - SuSu = นม
        - Ayam = ไก่
        - Bebek = เป็ด
        - Nasi = ข้าว

★ ห้องน้ำดีที่สุดคือตามร้านอาหาร สะอาดมากน้อยแล้วแต่ที่ แต่ยืนยันว่าโอเคทุกที่

★ นักท่องเที่ยวเยอะที่สุดคือชาวออสเตรเลีย เมื่อดูแผนที่จะเข้าใจ เพราะสายการบินที่บินจากไกลๆ ก่อนจะไปออสฯ จะแวะมาเติมน้ำมันที่บาหลีนี่เอง จากทวีปเอเชียบินลงใต้มาจะถือเป็นสนามบินสุดท้ายก่อนบินข้ามทะเลไปทวีปออสเตรเลีย และจากกรุงเทพ จะครึ่งทาง กรุงเทพ-ออสเตรเลีย พอดีเป๊ะ

 รองจากออสเตรเลียคือชาวญี่ปุ่น เยอะอย่างไม่มีสาเหตุ (ฮา) ไกด์ส่วนใหญ่พูดญี่ปุ่นได้ด้วยค่ะ ชาวเอเชียที่พบในบาหลี ไม่นับชาวอินโดซึ่งเป็นคนพื้นเมือง เกือบทั้งหมดคือชาวญี่ปุ่น รองลงมามีจีนบ้างนิดหน่อย และไม่เจอคนไทยเลย แต่ตลาดขายของฝากบางที่ แม่ค้าพูดไทยได้ทุกร้านเลยจ้า....

★ ภาษาอังกฤษสื่อสารได้ ภาษาญี่ปุ่นได้บ้าง ภาษาไทยได้กับแม่ค้าบางย่าน พอได้คุยกับคุณไกด์ลีอองจึงรู้ว่า ระบบการศึกษาที่นี่ ต้องเรียนภาษาอินโดนีเซีย(ตัว Alphabet) และภาษาบาหลี(ตัวอักษรอินโดนีเซียดั้งเดิม) และภาษาอังกฤษในการศึกษาขั้นพื้นฐาน และเมื่อเข้าไฮสคูลจะบังคับต้องเลือกภาษาที่ 4 อีกภาษาหนึ่ง เรียกว่าเน้นการท่องเที่ยวกันตั้งแต่ระบบการศึกษาเลยทีเดียว

 ถ้าอยากวนไปตามแหล่งท่องเที่ยว แนะนำให้เช่ารถพร้อมไกด์เลย เพราะถนนขับยากมาก ขึ้นเขา ลงห้วย เลนส์เดี่ยว ป้ายบอกทางไม่ค่อยมี ถ้าไม่เชี่ยวชาญจริงๆ เกิดอุบัติเหตุและหลงทางง่ายมากๆ แต่ถ้าอยากไปพักผ่อนสบายๆ พักโรงแรมใกล้แหล่งท่องเที่ยว ย่านร้านอาหาร-ช้อปปิ้ง จะมี shuttle car ไปส่งให้ฟรี เช่ามอเตอร์ไซค์หรือยืมจักรยานก็ได้

★ ย่านที่พักสุดฮิตในบาหลีได้แก่
     - Kuta: คล้ายๆ พัทยา ที่พักราคาไม่แพง ติดริมทะเล มีตลาด-ย่านร้านค้า เรียกว่ามีทุกอย่าง คึกคัก โหวกเหวก
     - Seminyak: เป็นทะเลที่คล้ายๆ หัวหิน (เขาว่างั้น) คือคนเยอะ นักท่องเที่ยวเยอะ แต่บรรยากาศสงบกว่า Kuta และแน่นอนกว่าแพงกว่า ร้านค้าร้านอาหารแนวหัวหิน คืออาร์ตๆ สวยๆ
     - Legian: เลยคูต้าไปหน่อย ทะเลมีคลื่นแรง คนเลยนิยมมาเล่นโต้คลื่น
     - Jimbaran: มีร้านอาหาร Seafood เรียงรายกัน ราคาไม่ถูกเลย มีรีสอร์ทไม่เยอะ แต่รีสอร์ทหรูราคาแพงชื่อดังอยู่ที่นี่ เดิมเป็นเมืองชาวประมง หาดจึงไม่สวยมาก แต่อาหารอร่อย
     - Nusa Dua: เป็นเมืองที่ทำมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวโดยเฉพาะ ทะเลอยู่อีกฝั่งของ 3 ที่แรกที่บอก เห็นพระอาทิตย์ขึ้นเพราะอยู่ทางตะวันออก ระบบรักษาความปลอดภัยสูงมากๆ รัฐบาลเข้ามาดูแลเอง โรงแรมหรู สวย แพง ทันสมัย ทะเลสวย แต่ไล่อ่านฝรั่งเขาคอมเมนต์ว่า “น่าเบื่อ”
     - Ubud: อยู่บนภูเขา ป่าๆ อากาศชื้นๆ เย็นๆ ตัวเมืองของ Ubud จะมีร้านค้าเยอะมากกกกก ทั้งร้านขายของ ร้านอาหาร ร้านขายของประดิดประดอยงานฝีมือ คาเฟ่ ผับน่ารักๆ เลยตัวเมืองออกรอบนอกหน่อยจะเต็มไปด้วยที่พักขนาดไม่ใหญ่ สปา และร้านขายของจำพวกงานฝีมือ ทำจากไม้ และเครื่องเงิน

 

มาต่อกันเอนทรี่หน้าค่ะ จะไล่สถานที่ท่องเที่ยวแต่ละที่เท่าที่จำได้ รับรองว่ารูปเยอะ

รู้สึกว่าไปช่วงก่อนคนไทยจะบูมพอดี๊พอดี

ที่คิดอย่างนั้นเพราะไปงานหนังสือเมื่อต้นเดือนแล้วเจอหนังสือเที่ยวบาหลีผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด (ไม่เท่าญี่ปุ่นกับเกาหลี) เนี่ยแหละ ^^;;;;

ใครสนใจจะไป มีอะไรถามทิ้งคอมเมนต์หรือส่งเมสเซจมาได้จะพยายามตอบให้ค่ะ

เพราะตอนตัวเองไปรู้สึกว่ามีข้อมูลไม่เยอะ กว่าจะหาได้แต่ละเรื่อง และสถานที่จริงบางที่ไม่ได้สวยมาก ถ่ายรูปออกมาสวย แต่บางที่ถ่ายรูปออกมายังง๊ายยยย ยังไงก็ไม่สวย ตอนไปดูของจริงทึ่งในความงาม บอกไม่ถูกเหมือนกัน...

Comment

Comment:

Tweet

ตอนผมไปนี่เจอคนไทยเยอะเลย
แต่ญี่ปุ่นเยอะจริงๆ
ส่วนตัวชอบบาหลีนะ อยากกลับไปอีก

#3 By fafner on 2013-05-17 04:10

<span id="mce_noneditablecaret"></span>@salemanbps ก่อนไปโดนขู่เรื่องอาหารมาเยอะค่ะ เลยเตรียมทำใจไว้ระดับนึง
ปรากฎว่าอาหารพื้นเมืองเองก็กินง่าย รสชาติไทยๆ จีนๆ เนี่ยแหละ ไม่ค่อยต่างกัน ขนมตามซุปเปอร์กล่องเป็นภาษาไทยเลยค่ะ (ไทยนำเข้าจากอินโด) รสชาติเหมือนกันแน่นอน อาหารจำพวกนมมาจากออสเตรเลีย ชีส นม โยเกิร์ตมากมาย อาหารฝรั่ง พิซซ่าโฮมเมด และอาหารญี่ปุ่นมีอยู่รอบที่พักทั้งสองที่ กินกันเปรมปรี
เรื่องอาหารเดี๋ยวจะแยกเป็นอีกเอนทรี่หลังอัพสถานที่เที่ยวเสร็จแล้วค่ะ ลองมาตามอ่านได้ big smile

#2 By JiBi_AI on 2013-04-23 00:01

บาหลีหรอ ลุงเซล ไม่ค่อยคิดจะไปประเทศแนวนี้เลยแฮะ เห็นบางคนไปชอบไป   กลัวอาหารการกินจะไม่ถูกปากแล้วเที่ยวไม่สนุกอะ sad smile  
รอดูครับว่าเป้นยังไง เผื่อจะไปมั้ง เพราะ ตอนนี้ชักตันแล้วว่าจะเที่ยวไหน มีแต่ สิงคโป จีน ฮ่องกง ญี่ปุ่น จนที่บ้านบอกว่าไม่คิดจะไปไหนอีกแล้วหรอ

#1 By salemanbps on 2013-04-22 01:56