วันที่ 3 แล้ว

วันนี้เราจะย้ายที่พักกัน เพราะฉะนั้นต้องตื่นกันแต่เช้า เพื่อแพ็คของ กินอาหารเช้าแล้วเช้คเอ้าท์พร้อมขนของขึ้นรถไปกับเราตลอดทาง เย้!

วันนี้เหมือนเมื่อวาน ครึ้มฟ้าครึ้มฝนตลอดทาง (มิน่า ตั๋วเครื่องบินช่วงนี้ถึงถูก?)

ออกจากที่พักที่ Ubud พวกเรามุ่งหน้าไป

Taman Ayun หรือ Mengewi Royal Temple

เป็นวัดที่ทำพิธีได้เฉพาะผู้ทำพิธี(พราหมณ์) และกษัตริย์

ตามชื่อว่า Royal Temple เป็นวัดหลวงนี่เอง

ปัจจุบันบาหลีไม่มีกษัตริย์แล้ว ใช้ระบอบประธานาธิปดี(ของอินโดนีเซีย) เวลาประกอบพิธีก็จะเป็นประธานาธิปดีค่ะ
สำหรับกษัตริย์บาหลีนั้น องค์สุดท้ายคือเมื่อประมาณ 70 ปีก่อน หลังจากนั้นเข้าเป็นส่วนหนึ่งของอินโดนีเซีย ไม่มีการแยกปกครอง

จุดเด่นของวัดนี้ก็อย่างที่บอก คือเป็นวัดหลวงที่เก่าแก่ และมีเมรุ(เจดีย์) 2 ชั้นด้วย!!

โดยปกติเมรุจะเริ่มที่ 3 ชั้น สูงสุด 11 ชั้น เป็นเสมือนตัวแทนเทพเจ้า
ซึ่งคุณไกด์ลีอองอธิบายว่า สำหรับที่นี่ เมรุ 2 ชั้นไม่ใช่ตัวแทนเทพเจ้า แต่เป็นตัวแทนบิดา มารดา (โอ้ววว ล้ำลึก ชอบแนวคิดนี้จัง) นอกจากนี้ ลองดูรูป สังเกตเห็นอะไรไหมคะ? คราวนี้ไม่ใช่สีดำ แต่เป็นสีส้มกับขาวล่ะ!? ซึ่งจากเมื่อวาน สีประจำองค์เทพ มี ดำ ขาว เหลือง แดง เราเดาเอาเองว่าการใช้สีแบบนี้คงมีสัญลักษณ์แฝงอยู่

ถามว่าสวยไหม?

วัดนี้ไม่ได้สวยงามเหมือนวัดอื่นๆ ที่ผ่านมา แต่มีคุณค่าในหลายๆ ด้าน และมีความสำคัญมากสำหรับบาหลี
สำหรับนักท่องเที่ยว อาจรู้สึกว่าไม่มีอะไรโดดเด่น บริเวณวัดก็เข้าไม่ได้ แต่ถ่ายรูปได้เพราะรั้วค่อนข้างเตี้ย สามารถเดินวนรอบได้

ที่ระลึกทริปอีกสักรูป (เป็นทริปที่รูปคน โดยเฉพาะรูปหมู่น้อยมากจริงๆ)

ตามกำหนดการ ที่ต่อไปที่เราจะไปคือJati Luwih Rice Terrace Village!!!
ซึ่งได้ยินว่าใหญ่และสวยกว่าที่เราไปวันแรกมากมาย

แต่เนื่องจากฝนตกค่อนข้างหนัก เมฆทึบ จึงต้องข้ามที่นี้ไป

แง๊~~~~~~~~~~ 。・゜・(/Д`)・゜・。

ที่ต่อไปค่ะ เป็นวัดซึ่งมีภาพปรากฏอยู่ในธนบัตรของอินโดนีเซียด้วย!

Pura Ulun Danu Beratan (Temple of the Lake)

ซึ่งตอนแรกเราเห็นภาพแล้วรู้สึกเฉยๆ มาก เกือบจะไม่มา แต่คุณไกด์เมล์มาบอกว่าแนะนำจริงๆ เลยเชื่อเขาแล้วใส่ไว้ในโปรแกรมเที่ยวของเรา

วัดนี้ตั้งอยู่บริเวณที่เรียกว่า Bedugul บนทะเลสาบ Beratan ซึ่งเป็นทะเลสาบปากปล่องภูเขาไฟ

เพราะฉะนั้น อากาศดีมว้ากกกกกกกกกกกกกกก

ภาพที่เห็นควันๆ นั่น เพราะเราอยู่สูง และอากาศเย็น เป็นหมอกและเมฆ!! เมฆอยู่ต่ำชนิดจับต้องได้เลยจริงๆ

บริเวณวัดนี้ จะเชื่อมถึงกันหมดสามศาสนา ตัววัดที่เราไปดูเป็นฮินดู ติดกันเป็นวัดพุทธ และมีอิสลามอยู่ติดๆ กันด้วย

เจดีย์ด้านนอกซึ่งมีห่านประดับอยู่คือเจดีย์ของพระศิวะ และพระวิษณุ
ส่วนเจดีย์ของพระพรหมตั้งแยกอยู่ด้านใน

น้ำในทะเลสาบนี้เย็นทั้งปี ใสสะอาด จึงใช้ในการเพาะปลูก หนึ่งในผลไม้ขึ้นชื่อของบริเวณนี้คือสตรอเบอรี่!

ซึ่งแปลว่าอากาศเย็นจริงๆ คิดไม่ผิดที่เชื่อคุณไกด์ อากาศดีมากๆๆๆ

ฝนยังคงลงอย่างต่อเนื่อง ตกๆ หยุดๆ

อาหารกลางวันเราก็กินกันที่นี่ เป็นร้านบุฟเฟ่ต์เหมือนเมื่อวาน ราคาเท่ากันคือคนละ 80,000 รูเปี๊ยะ
ร้านอาหารเล็ก ค่อนข้างมืด บรรยากาศไม่ดีเท่าเมื่อวาน แต่อาหารอร่อยกว่า ของเมื่อวานก็กินได้นะ แต่ที่นี่อร่อยกว่าเยอะเลย *≧ω≦* แถมอากาศดีด้วย เย็นสบาย ที่สำคัญ บริเวณนี้มีเน็ต Free Wi-Fi ให้ใช้ด้วยยยยยยย ตัวเดียวกับที่สนามบินเลย เรียกว่าแวะพักผ่อนกันแบบสบายๆ กินอาหารอร่อยๆ อัพเดทข่าวสารนิดๆ หน่อยๆ แย่ตรงที่ตอนกินเสร็จจะออกเนี่ย ฝนดันตกหนักอีกรอบเนี่ยสิ ต้องฝ่าฝน(นิดนึง...) ไปขึ้นรถ

ที่ต่อไป ไม่เรียกว่าเที่ยว เรียกว่าแวะดีกว่า

อยู่ใกล้ๆ ตรงที่เรากินข้าวนั่นแหละ แต่ขอให้คุณไกด์แวะ เพราะเราจะมาเดินชมตลาดกัน

Bedugul Fruit Market มันคือตลาดธรรมด๊า ธรรมดา ที่มีขายสตรอเบอรี่ทุกทิศทุกทาง รสชาติดี ออกหวาน และได้ยินว่าใช้สารเคมีน้อย(จริงไหม?) พวกวะนิลาบีนส์ เครื่องเทศ ใบชา ค่อนข้างถูก ผ้าบาติกก็มีขายนะ แต่ไม่ใช่สำหรับนักท่องเที่ยวสักเท่าไหร่ คนขายพูดอังกฤษได้บ้าง แต่ไม่คล่องเท่าตามสถานที่ท่องเที่ยว ถ้าของฝากจำพวกงานไม้ ของประดิษฐ์หรือเครื่องเทศ ซื้อที่นี่ราคาถูก แต่ต้องต่อราคาเหมือนที่อื่นๆ

(((ขออภัยไม่มีภาพประกอบ)))

แต่มันเหมือนตลาดใหญ่ๆ ธรรมดาๆ ของบ้านเราเลยล่ะ แบ่งโซนของสดกับของแห้ง

ต่อไปนั่งรถกันยาวหน่อย

เพราะเราจะย้ายจากบนภูเขาสูง ไปยังริมทะเล!!

ลงจากรถแล้วรู้สึกเหมือน อะไรกัน! เมื่อกี้ยังอยู่เชียงใหม่ ตอนนี้เหมือนอยู่ภูเก็ต ร้อนจริงให้ตายเถอะ ร้อนจะเป็นลม อ้าวอีกต่างหาก

บ่นมากไปหน่อย ลืมชื่อสถานที่

อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญของบาหลี ที่ทุกทัวร์จะต้องมา และจากที่ไปมา ขอยืนยันว่า “คุ้มค่า” ที่สักครั้งหนึ่งจะมา

Pura Tanah Lot (Temple of the Lake)

สำหรับเบราทัน ภาษาอังกฤษเขาเรียก Temple of the Lake ส่วน Tanah Lot เนี่ย เขาเรียก Temple of the Sea ค่ะ

ความสำคัญและความสวยงามไม่แพ้กันเลยจริงๆ

แต่คราวนี้ คุณไกด์เขาไม่เข้าไปกับเราด้วย ฟังไม่ค่อยออกว่าอยู่คนละลัทธิ คนละวรรณะ หรืออะไรสักอย่าง

ตั้งแต่เบราทันแล้ว ช่วงนี้เขากำลังเตรียมงานใหญ่ เป็นพิธีฮินดูครั้งใหญ่ จัดเพียง 6 เดือนครั้ง
ผู้คนจะออกไปวัดตอนเย็นวันนี้ ทำพิธีส่วนหนึ่ง
แล้วเช้าวันต่อมาก็จะไปทะเลกัน
จากนั้นมุ่งหน้าจากทะเล กลับไปที่วัดอีกรอบ เป็นอันจบพิธี
ต่อจากพิธี จะเป็นวันหยุดยาว 3 วัน!! (โชคดีจริงๆ ไม่ตรงวันหยุด ไม่อย่างนั้นโรงแรมคงหาไม่ได้)
แต่ประเด็นคือ!!!!
พิธีที่ว่าเนี่ย Pura Tanah Lot เป็นศูนย์กลางค่า เป็นวัดที่มีความสำคัญที่สุดของบาหลี(หรืออาจของโลกเลยก็ได้นะ??) ของพิธีนี้ เพราะฉะนั้น คนนับล้าน.... นักท่องเที่ยวเองก็เยอะ ศาสนิกชนก็ไม่น้อย คนเดิมเต็มถนน รถติดมากๆ

ตัววัดสวยสมคำร่ำลือ สมกับภาพที่เห็น

ทั้งหมดเป็นหน้าผาริมทะเลค่ะ

ตัววิหาร(?) เป็นเกาะกลางน้ำ มีถ้ำอยู่ข้างล่าง ถ้าจะไปต้องลุยน้ำข้ามไป และเหมือนที่อื่น จริงๆ แล้วห้ามคนนอกศาสนาเข้า แต่จะมีมาเฟียมาเก็บค่าผ่านทางแล้วพาเข้าไป แอบเห็นฝรั่งจ่ายเงินเพื่อข้ามไปดูอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน ส่วนเราของถ่ายรูปจากฝั่ง ไม่ข้ามไปดีกว่า

บริเวณกว้างมากๆ นอกจากเกาะกลางน้ำจุดเด่นแล้ว จะมีสะพานที่เป็นช่องเขาขาดอยู่อีกมุม บนสะพาน(หรือผา)นี้ก็มีศาสนสถานประดิษฐานอยู่เช่นกันค่ะ

จากรูปเจ้าของบล็อก เราเดินไปตามโขดหินอย่างระมัดระวังค่ะ ไม่เปียก แต่โดนคลื่นซัดมาครั้งหนึ่ง พอหันกลับไปมาได้พบกับสิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าเปียก รองเท้าพังงงง Σ(っ゚Д゚;)っ!!!! พังไปเยอะทีเดียว แต่ไม่ใช่พื้น พอจะใส่ต่อไปกลับถึงประเทศไทยได้ แต่คงมิสามารถใช้มันต่อได้ (o;TωT)o รองเท้าสุดรักเลยคู่นี้ เห็นมันพังปุ๊บ ความตั้งใจคือต้องไปซื้อแบบเดียวกันอีกคู่มาใช้แทน!!

เธอได้จบชีวิตลงในหนึ่งในสถานที่สวยงามอันดับต้นๆ ของโลกแล้วล่ะรองเท้าจ๋า...
แต่ขอโทษนะ ที่ฉันฝังเธอเอาไว้ที่นี่ไม่ได้ ฉันไม่มีรองเท้าสำรอง ฉันต้องเอากลับประเทศไทย

ขอบคุณทุกคนที่อ่านสองย่อหน้าที่ผ่านมาโดยไม่ข้ามค่ะ
 เรากลับไปหาสาระกันต่อ

ทางเข้า หลังซื้อตั๋วแล้วจะเป็นบาซ่าให้เดินผ่านเพื่อเข้าไปในตัววัด มีของขายมากมายให้ช้อปปิ้ง เสื้อผ้า ของฝาก ของกิน เครื่องดื่ม
ของที่ปกติขายริมชายหาด จำพวก หมวก แว่นกันแดด ผ้ากันแดด ข้าวโพดปิ้ง มีพร้อมสรรพ


เราซื้อผ้าบาติกที่นี่ค่ะ ราคาไม่แพง ไม่ต้องต่อเยอะ และแม่ค้าไม่ aggressive เหมือนที่เตอร์ตาร์
เขาปล่อยให้เราดู แล้วคอยตอบคำถามหรือแนะนำเวลาถาม แต่ไม่มีคนมาดึงลากแขนให้เข้าร้าน

ที่พักคืนสุดท้ายของเรา อยู่ที่ Canggu Beach

The Bali Dream Villa and Resort Echo Beach Canggu

Bali Dream มีหลายสาขา ที่ Canggu ใหม่สุด เพิ่งเปิดแค่ 6 เดือน (มันเลยจัดโปรโมชันเต็มที่ไงล่ะ!! ยอดเลย)
ส่วนที่ดังที่สุดอยู่ที่ Seminyak
เป็นรีสอร์ทที่มีทั้งส่วนบังกะโล (บ้านเดี่ยว มีกำแพงกั้น) กับส่วนโรงแรมเป็นอาคารบนตึก
พวกเราจองมาเป็น 2-bedroom Villa (และตกใจมากที่เป็น Pool Villa เพราะไม่ได้คาดหวังไว้เลย) รวมอาหารเช้า Free welcome drink, Welcome Spa Massage และรถไปรับหรือส่งที่สนามบิน แน่นอนว่าเราให้ไปส่งค่ะ ราคาต่อคืน นอนกัน 5 คน ตกคนละประมาณพันบาทนิดๆ เท่านั้น
Shuttle Bus ไปหาด Canggu ฟรี หรือจะเช่าจักรยานก็ได้
อาหารอร่อย ราคา Room Service ไม่แพงมาก

เรารีวิวไว้ใน http://www.tripadvisor.com/ShowUserReviews-g311298-d3365121-r154917966-The_Bali_Dream_Villa_Resort-Canggu_Bali.html  (ภาษาอังกฤษกากๆ) หากผู้สนใจรายละเอียด สามารถเข้าไปอ่าน หรือส่ง msg มาสอบถามได้ค่ะ ยินดีตอบ

Welcome Drink เป็น Mocktail ผลไม้เย็นชื่นใจ

เป็นเครื่องดื่มที่อร่อยสุดตั้งแต่มาที่นี่เลย

จากภาพ ซ้ายบนเป็นสระว่ายน้ำส่วนตัวภายในวิลล่า!!!
ขวาบนห้องครัว
ซ้ายล่างโซนห้องนั่งเล่น  (กลางแจ้ง มีหลังคา ไม่มีแอร์)
ขวาล่าง สระว่ายน้ำส่วนกลาง ติดกับสระมีร้านอาหาร ชั้นบนของร้านอาหารเป็นสปา

กลับถึงกรุงเทพแล้วนึกขึ้นได้ว่าลืมถ่ายภาพห้องน้ำ ห้องน้ำสวยมาก พวก amenities ใช้ได้ แต่ยังไม่พร้อมเท่าที่แรก ที่แรกมีครบทุกอย่างจริงๆ
จริงๆ นอกจากลืมถ่ายภาพแล้ว เรายังลืมขนม เครื่องดื่ม และชีสไว้ในตู้เย็นโรงแรมกันด้วยล่ะ


เนื่องจากลืมถ่ายรูปห้องพักและห้องน้ำ ขอทดแทนด้วยคลิปวีดีโอค่ะ

 

หลังเช็คอิน อำลาไกด์ลีอองเรียบร้อย เพราะพรุ่งนี้เราจะไม่เจอเขาแล้ว เนื่องจากโรงแรมมีรถฟรีให้

ไหนๆ ก็มาถึงทะเล ก็ต้องไปทะเลสิ!
เช็คอินเข้าห้อง เก็บของ สำรวจเรียบร้อยก็เรียก Shuttle Bus ไปทะเลกัน

กะว่าหาพวกขนม เพราะทางโรงแรมบอกว่ามีคอนวีเนียนสโตร์ (แต่สรุปว่าไม่มีซะงั้น...) ซื้อเครื่องดื่มนิดๆ หน่อยๆ

Canggu Beach เป็นหาดเงียบสงบ เหมือนจะเพิ่งเริ่มบูม มีรีสอร์ทเล็กๆ อยู่หลายแห่งมาก แต่รีสอร์ทใหญ่ๆ ที่ดีๆ ติดริมทะเล อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ร้านค้ามีไม่มาก ร้านเกี่ยวกับโต้คลื่น เสิร์ฟบอร์ด โรงเรียนสอนโต้คลื่นมากมาย จากโรงแรมนั่งชัทเทิลบัสออกมาเพียง 5 นาที เห็นฝรั่งขี่จักรยานกันมา

แทบไม่มีหาดเลย เป็นทรายสีดำกับหินสีดำ แปลกตาไปอีกแบบ

พระอาทิตย์ตกสวยมากกกกก ดูจากแผนที่แล้ว อยู่แนวเดียวกับ Tanah Lot ซึ่งดังในเรื่องพระอาทิตย์ตกอยู่แล้ว
เพราะฉะนั้นไม่แปลก เพราะภาพน่าจะออกมาคล้ายๆ กัน

 

พรุ่งนี้เครื่องบินออกสายๆ

แต่ต้องออกเช้ามากเนื่องจากพิธีที่บอกไปข้างบน

คนจะออกมาทะเลตอนเช้า ทำให้การจราจรติดขัดทั้งเกาะเลยทีเดียว รถของทางโรงแรมเลยขอให้เราออกตอน 7 โมง

สรุปว่านี่เป็นคืนสุดท้ายแล้วจริงๆ สนุกให้เต็มที่แล้วเตรียมบินกลับ

 

เวลาแห่งความสนุกมันมีจำกัด

เราต้องกลับไปเผชิญหน้ากับความจริงกันต่อไป

แต่ไม่เป็นไรหรอก เวลาแห่งความสุข ไม่ได้มีหนเดียว

ครั้งหน้าอาจไม่ใช่บาหลี อาจไม่ใช่ภูเขา ทะเล แต่ต้องมีอีกแน่นอน

 

ปิดฉาก Bali Series กันด้วยภาพนี้

ทะ ด๊านนนนนนนน

แล้วพบกันใหม่ค่ะ

 

 จบแล้วสำหรับซีรีย์บาหลีนะคะ

ทริปนี้สนับสนุนโดย Trip Advisor จริงๆ โดยเฉพาะโรงแรม
และเนื่องจากได้โรงแรมถูกใจ คุ้มค่า เลยกลับมาสมัครเข้าไปรีวิวเป็นส่วนหนึ่งของ Trip Advisor ไปเรียบร้อย

อาจจะมีคนสังเกตเห็นลายน้ำที่รูปว่าเปลี่ยนไป

ใช่แล้วค่ะ ตอนนี้เราเปิดบล็อกใหม่แล้วที่ http://jibchacafe.wordpress.com
ปัจจุบันยังมีแต่เอนทรี่เก่าๆ จากบล็อกนี้ไป
ทริปบาหลียังอัพทั้งสองบล็อกค่ะ

บางส่วนน่าจะยังอัพทั้งสองที่

แต่พวกรีวิว หรือบทความบางอย่างอาจจะอัพเฉพาะใน wordpress

ส่วนภาพคอสเพลย์ ถ้าขยันพอจะอัพเฉพาะใน exteen ค่ะ 

 

Comment

Comment:

Tweet

ถ้ามีโอกาส ต้องลองไปบ้างแล้ว question Hot!

#5 By MusicFD on 2013-06-27 18:51

อยากเที่ยวๆ

#3 By Fragrances on 2013-06-21 11:43

Taman Ayun ไม่ได้ไป
Thanalot กับ Ulun Danu ชอบมากนั่งแช่ได้นานๆเลย 
อยากไปอีกซักรอบจริงบาหลีbig smile Hot!

#2 By fafner on 2013-06-18 08:12

ดูแล้ววัดที่นี่ก็สวยนะ แต่สวยไปคนละแบบกับวัดไทย วัดจีนวัดญี่ปุ่นก็เคยเห็นมาแล้ว วัดแต่ละที่ก็มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองจริงๆเลยHot!

#1 By φυβλας on 2013-06-17 14:57